
ดัชนีชี้นำหุ้น3เดือน
คลอด “ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน” ครั้งแรกในไทย พยากรณ์หุ้น 3 เดือนหน้า มองเดือน ก.พ.หุ้นทรงตัว
คลอด “ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน” ครั้งแรกในไทย พยากรณ์หุ้น 3 เดือนหน้า มองเดือน ก.พ.หุ้นทรงตัว
นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยว่า สภาธุรกิจตลาดทุนไทยร่วมมือกับศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล เปิดตัวดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน “FETCO NIDA Investor Sentiment Index” ซึ่งเป็นดัชนีสะท้อนภาพรวมของตลาดทุนในอนาคต ที่สามารถบ่งชี้ทิศทางของตลาดหลักทรัพย์ตามความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนทุกกลุ่ม ซึ่งถือเป็นดัชนีแรกของตลาดทุนไทย
สำหรับการสำรวจดัชนีดังกล่าวจะจัดทำขึ้นเดือนละ 1 ครั้ง ซึ่งคำถามจะสะท้อนมุมมองของนักลงทุนต่อตลาดทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า โดยใช้วิธีสอบถามนักลงทุนทุกกลุ่ม ได้แก่ นักลงทุนรายย่อย บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ นักลงทุนสถาบันในประเทศและนักลงทุนสถาบันต่างประเทศ ทำให้ดัชนีนี้สามารถสะท้อนภาพรวมความเชื่อมั่นของตลาดทุนได้อย่างถูกต้อง และครอบคลุมทุกกลุ่มผู้ลงทุนและเป็นกลาง
อย่างไรก็ตาม การแถลงผลสำรวจจะมีขึ้นสัปดาห์แรกของเดือน โดยนำเสนอผลสำรวจแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนรายกลุุ่มและดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนทุกกลุ่ม โดยจะเริ่มอย่างเป็นทางการในเดือน ม.ค. 2558
ผลสำรวจดัชนีที่ได้เริ่มทดลองประจำเดือน พ.ย. 2557 นักลงทุนมองตลาดหุ้น 3 เดือนข้างหน้าหรือเดือน ก.พ. 2558 มีแนวโน้มทรงตัว โดยดัชนีอยู่ที่ 119.22 ปรับเพิ่มขึ้น 7.71% เมื่อเทียบกับดัชนีเดือน ต.ค. หากพิจารณารายกลุ่มพบว่า นักลงทุนสถาบันในประเทศมีความเชื่อมั่นที่ 144.40 ตลาดหุ้นร้อนแรง (bullish) รองลงมา คือ กลุ่มรายย่อยความเชื่อมั่นอยู่ที่ 124.67 ค่อนข้างร้อนแรง บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ อยู่ที่ 116.70 หรือแนวโน้มทรงตัว เช่นเดียวกับนักลงทุนต่างประเทศอยู่ที่ 100 ซึ่งเป็นการสำรวจก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์น้ำมันร่วงหนัก ฉุดหุ้นทั่วโลกดิ่งในเดือน ธ.ค.
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความเชื่อมั่นนักลงทุน คือ เศรษฐกิจในประเทศ นโยบายด้านเศรษฐกิจ และสถานการณ์ต่างประเทศ โดยหมวดที่น่าลงทุน คือธุรกิจการเงิน ส่วนธุรกิจที่ไม่น่าลงทุน คือ สินค้าอุปโภค บริโภค
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ทิสโก้ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปตลาดทุน กล่าวว่า ในปี 2557 พบว่าหุ้น
บางตัวราคาปรับสูงขึ้นอย่างผิดปกติเกินปัจจัยพื้นฐาน โดยเฉพาะหุ้นขนาดเล็ก ดังนั้นนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ควรเพิ่มบทวิจัย เพื่อให้ข้อมูลแก่นักลงทุนใช้ในการประกอบการตัดสินใจมากขึ้น เพื่อไม่ให้นักลงทุนเกิดการตื่นตระหนกในช่วงที่ตลาดหุ้นปรับตัวลดลงแรงเหมือนสัปดาห์ที่ผ่านมา
นอกจากนั้น ทางการควรบังคับใช้กฎหมายจัดการกับผู้ที่ปล่อยข่าวลืออย่างเข้มงวดเหมือนในต่างประเทศ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเพิ่มมาตรการดูแลการเก็งกำไรหรือการสร้างราคาในตลาดหุ้นด้วย
นายไพบูลย์ กล่าวว่า แนวโน้มการเติบโตกำไรบริษัทจดทะเบียนในปี 2558 ขณะนี้อยู่ระหว่างทบทวนตัวเลขดังกล่าวจากเดิมมองไว้ 13% หลังราคาน้ำมันลดลงแรงและเร็ว อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตโดยภาพรวม เพราะกลุ่มพลังงานมีสัดส่วนถึง 20% ในตลาดหุ้น
“ราคาน้ำมันที่ลดลงส่งผลดีต่อการเติบโตของเศรษฐกิจแต่ภาพตลาดหุ้นไทยไม่ได้ล้อตามสภาพเศรษฐกิจ เพราะกลุ่มน้ำมันมีน้ำหนักต่อหุ้นไทยมาก” นายไพบูลย์ กล่าว
สำหรับตลาดหุ้นวันที่ 19 ธ.ค. 2557 ดัชนีผันผวนเปิดตลาดบวก และปิดที่ 1,514.35 จุด ลดลง 2.44 จุด นักลงทุนรายย่อยทิ้งต่อ 3,821 ล้านบาทและต่างชาติขายเพียง 30 ล้านบาท







