
ห่วงพิษประชานิยมลากศก.ซบถึงปี2559
โฆสิตห่วงผลเสียประชานิยมกัดกินเศรษฐกิจลึกถึงปี 2559 คาดปีหน้าจีดีพีโต 3-4%
โฆสิตห่วงผลเสียประชานิยมกัดกินเศรษฐกิจลึกถึงปี 2559 คาดปีหน้าจีดีพีโต 3-4%
นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า ผลกระทบจากนโยบายประชานิยมที่สร้างภาระให้แก่งบประมาณยังคงเป็นแรงกดดันและเป็นแรงต้านการเติบโตของเศรษฐกิจไทยต่อเนื่องไปจนถึงปี 2559 หากรัฐบาลต่อไปไม่ใช้นโยบายประชานิยมเพิ่มผลกระทบจะค่อยๆ ลดลง
สำหรับปัจจัยภายนอกที่วิตกคือความไม่แน่นอนสูงจากการเปลี่ยนผ่านสำคัญของประเทศยักษ์ใหญ่ที่สวนทางคือ ความผันผวนจากสหรัฐที่เข้มแข็งขึ้นและจีนที่เข้มแข็งน้อยลง ซึ่งทุกฝ่ายต้องค่อยๆ ประคองระวังตัวให้ดี
อย่างไรก็ดี ประเมินว่าอัตราเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (จีดีพี) ในปี 2558 จะขยายตัวราว 3-4% ปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจจะมาจากการใช้จ่ายและการลงทุนของรัฐบาล เพราะในภาคเศรษฐกิจอื่นยังอ่อนแอ ทั้งการส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกผันผวนคงเติบโตไม่สูงมาก ส่วนการบริโภคภายในประเทศยังถูกกดดันจากผลของนโยบายประชานิยมของรัฐบาลชุดก่อน
นายทาเคฮิชิโกะ นาคาโอ ประธานธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) กล่าวว่า จีดีพีของไทยปีนี้จะเติบโตไม่ถึง 1% และมองการเติบโตปีหน้าจะลดลงเหลือ 4% จากเดิม 4.5% เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัวเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้ายังไม่ดี ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ด้านการส่งออกก็ยังขยายตัวต่ำแค่ 1% และส่งออกปีหน้าที่เคยคาดว่าจะเติบโต 4-5% ก็จะลดลงเหลือประมาณ 3%
นายทาเคฮิชิโกะ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ได้เข้าพบนายกรัฐมนตรีโดยได้กล่าวต่อนายกฯ ว่า เศรษฐกิจไทยยัง เข้มแข็งและมีโอกาสเติบโตได้อีก หากใช้ประสิทธิภาพจากการใช้ความร่วมมือระหว่างภูมิภาคลุ่มน้ำโขงได้ดี จะทำให้ภูมิภาคอาเซียนเติบโตอย่างแข็งแกร่ง







