
มองไกลกว่าเออีซี
แนะปฏิรูปประเทศรับแผนการค้าอาร์เซปภาคธุรกิจปรับตัวตามพฤติกรรมผู้บริโภค&O5532;นักวิชาการชี้คนวางโครงปฏิรูปประเทศต้องรู้เรื่องอาร์เซป-ทีพีพี แนะธุรกิจมองไกลกว่าเออีซี
แนะปฏิรูปประเทศรับแผนการค้าอาร์เซปภาคธุรกิจปรับตัวตามพฤติกรรมผู้บริโภค&O5532;นักวิชาการชี้คนวางโครงปฏิรูปประเทศต้องรู้เรื่องอาร์เซป-ทีพีพี แนะธุรกิจมองไกลกว่าเออีซี
นายสมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและกลยุทธ์ธุรกิจ เปิดเผยในงานสัมมนา Strategic Forum 2015 ว่า เรื่องน่าเป็นห่วงของการปฏิรูปประเทศขณะนี้ คือ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) 250 คน ที่เข้ามาวางแผนในการปฏิรูปประเทศในขณะนี้ มีแต่แผนแก้ปัญหาในอดีตของภาคส่วนที่ตัวเองเกี่ยวข้อง แต่ไม่มีแผนปฏิรูปรับมือผล
กระทบอนาคตระยะยาว
“เช่น เรื่องผลกระทบของการรวมกลุ่มเป็นความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรืออาร์เซป และผลกระทบ ของการรวมกลุ่มความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เอเชียแปซิฟิก หรือทีพีพี สปช.ซึ่งจะเป็นผู้ทำแผนปฏิรูปประเทศต้องรู้เรื่องเหล่านี้ ไม่ใช่ปล่อยให้ไทยยังติดอยู่กับเรื่องประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี” นายสมชาย กล่าว
ทั้งนี้ หลังรวมเป็นประชาคมอาเซียน 10 ประเทศช่วงปลายปีหน้า ไทยก็จะก้าวเข้าสู่การรวมตัวเป็นอาร์เซป 16 ประเทศต่อไป ดังนั้นการวางแผนปฏิรูปประเทศจึงควรมองก้าวไปข้างหน้ากับอาร์เซปแล้ว
สำหรับผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องมองไปให้ไกลกว่าปี 2558 โดยควรมองระยะยาวให้ได้ 5-10 ปี พร้อมมองผู้บริโภคทุกกลุ่ม ทั้งสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ และคู่ค้าอีก 6 ประเทศ และไม่ควรรอรัฐบาลชุดใดมาช่วยเหลือ ควรเดินหน้าธุรกิจของตัวเองไปอย่างเต็มที่
นอกจากนี้ ควรเลือกเติบโตจากสิ่งที่ตัวเองชำนาญ เช่น หากมีความถนัดในการทำกาแฟโบราณ ก็ควรเลือกพัฒนาต่อยอดกาแฟโบราณของตัวเองให้ดีขึ้น ไม่จำเป็นต้องหันไปทำหรือเลียนแบบแบรนด์ดังที่มีอยู่แล้ว ต้องเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย ว่ามีความต้องการแบบใด เพื่อพัฒนาสินค้าของตัวเองให้สอดคล้องกับทิศทางดังกล่าว โดยอาจทำเป็นสินค้าฟิวชั่น
นายสมชาย กล่าวอีกว่า สำหรับเศรษฐกิจไทยปีหน้า จะได้รับอานิสงส์จากการส่งออกในช่วง 2-3 เดือนหลังของปีนี้ที่มีแนวโน้มดีขึ้น ขณะเดียวกันเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มฟื้นตัว โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยโตได้ดีคือเรื่องภายในประเทศ ได้แก่ การใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐ โดยคาดว่าเศรษฐกิจจะเติบโตประมาณ 4%







