
กัมพูชาเร่งเตรียมรับเออีซี
แนะนำให้พัฒนาคุณภาพสินค้าแข่งขันชาติอื่น พร้อมเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ดึงลูกค้า
แนะนำให้พัฒนาคุณภาพสินค้าแข่งขันชาติอื่น พร้อมเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ดึงลูกค้า
กัมพูชาเร่งเอสเอ็มอีเตรียมรับเออีซี แนะเร่งพัฒนาคุณภาพ-ราคา-เทคนิคการผลิต
สำนักข่าวซินหัว กระบอกเสียงของทางการจีน รายงานอ้างคำกล่าวของจอม ประสิทธิ์ รัฐมนตรีอุตสาหกรรมและหัตถกรรมของกัมพูชา ที่ออกโรงเรียกร้องให้เจ้าของธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) เตรียมตัวเพื่อรับมือกับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นในภูมิภาค หลังจากที่เข้าสู่การเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่จะเกิดขึ้นในปลายปีหน้า
“เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเอสเอ็มอีที่จะให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินค้าและราคา เพื่อให้สินค้าสามารถแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ในอาเซียนได้” ประสิทธิ์ กล่าวกับเจ้าของเอสเอ็มอี ระหว่างการประชุมในการรวมตัวเป็นเออีซี ปี 2015 กล่าว
อย่างไรก็ตาม ประสิทธิ์กล่าวว่า คุณภาพสินค้าและการขาดแคลนเงินทุนในการขยายธุรกิจเป็นอุปสรรคสำคัญของเอสเอ็มอีกัมพูชาที่จะแข่งขันในภูมิภาค
ทั้งนี้ ในปัจจุบันกัมพูชามีธุรกิจเอสเอ็มอีอยู่ราว 5.05 แสนแห่ง และจ้างงานคนในประเทศทั้งหมด 1.67 ล้านคน รวมถึงคิดเป็นสัดส่วนของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ถึง 60% เลยทีเดียว
ขณะเดียวกัน เอ็ดเวิร์ด คลาร์เรนซ์-สมิทธิ์ ตัวแทนขององค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูนิโด) กล่าวว่า เอสเอ็มอีจำเป็นต้องมีมาตรการต่างๆ ในการเพิ่มผลิตภาพและศักยภาพในการแข่งขัน โดยการพัฒนาเทคนิคในการผลิต และพัฒนาคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้า
“ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขา (เอสเอ็มอี) ยังจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามมาตรฐานทางสิ่งแวดล้อมและสังคม เนื่องจากการกระทำดังกล่าว จะช่วยสามารถเพิ่มชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของแบรนด์ รวมไปถึงเพิ่มแบรนด์รอยัลตีของลูกค้าอีกด้วย” คลาร์เรนซ์-สมิทธิ์ กล่าว
ด้านของเคียว มอม รองประธานของสมาคมแห่งอุตสาหกรรมธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กพนมเปญ ระบุว่า เอสเอ็มอีกัมพูชานั้นมีความกังวลเกี่ยวกับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
ในปีหน้า
“เรามีความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับการแข่งขัน เนื่องจากวัตถุดิบการนำเข้าเพื่อการผลิตของเอสเอ็มอี และเทคนิคในการผลิตยังมีอยู่อย่างจำกัด” เคียว มอม กล่าว







