posttoday
คลอดไลเซนส์ปี’59 ‘ทีวีโฮมช็อปปิ้ง’ หมื่นล้าน

คลอดไลเซนส์ปี’59 ‘ทีวีโฮมช็อปปิ้ง’ หมื่นล้าน

19 ธันวาคม 2557

ธุรกิจโฮมช็อปปิ้ง หรือทีวีช็อปปิ้ง เติบโตอย่างรวดเร็ว นับตั้งแต่ธุรกิจทีวีดาวเทียมเบ่งบาน และหลังจากเกิดทีวีดิจิทัลธุรกิจอีก 24 ช่อง ถือเป็นการเพิ่มโอกาสให้กับธุรกิจนี้เติบโตได้อีกมาก จากปัจจุบันที่มีมูลค่ากว่า 1.2 หมื่นล้านบาท ทำให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เตรียมเข้ามาจัดระเบียบทีวีช็อปปิ้ง โดยการให้ใบอนุญาตในปี 2559

ธุรกิจโฮมช็อปปิ้ง หรือทีวีช็อปปิ้ง เติบโตอย่างรวดเร็ว นับตั้งแต่ธุรกิจทีวีดาวเทียมเบ่งบาน และหลังจากเกิดทีวีดิจิทัลธุรกิจอีก 24 ช่อง ถือเป็นการเพิ่มโอกาสให้กับธุรกิจนี้เติบโตได้อีกมาก จากปัจจุบันที่มีมูลค่ากว่า 1.2 หมื่นล้านบาท ทำให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เตรียมเข้ามาจัดระเบียบทีวีช็อปปิ้ง โดยการให้ใบอนุญาตในปี 2559

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธาน กสทช. อธิบายว่า ธุรกิจทีวีโฮมช็อปปิ้ง คือ 2 สิ่งที่มาบรรจบกันระหว่างสื่อโทรทัศน์กับธุรกิจค้าปลีก ถือเป็นช่องทางหนึ่งในอนาคตที่จะเข้ามามีส่วนสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจของไทย สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการผลักดันเศรษฐกิจเชิงดิจิทัล (Digital Economy) โดยเฉพาะถือเป็นช่องทางสำคัญที่เข้ามาสนับสนุนมีบทบาทเป็นตลาดสำคัญเพื่อขายสินค้าของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี)

ทีวีช็อปปิ้งประเทศไทยมี 2 รูปแบบ เช่นเดียวกับประเทศชั้นนำในด้านธุรกิจทีวีโฮมช็อปปิ้งอย่างเกาหลีที่มีลักษณะช่องทีวีแยกออกมาโดยเฉพาะ ซึ่งแทรกอยู่ระหว่างช่องฟรีทีวีปกติ ส่วนของญี่ปุ่นนั้นจะเป็นลักษณะรายการที่ออกอากาศผ่านช่องฟรีทีวี ขณะที่ กสทช.มีกรอบกติกาหลักที่รองรับการดำเนินการดังกล่าว โดยกรณีที่ 1.อนุญาตให้มีบริการแบบประยุกต์เป็นช่องให้ข้อมูลข่าวสารทางการค้าในช่องเคเบิลทีวีที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ 2.คือรายการที่อยู่ในช่องฟรีทีวีสามารถทำได้โดยออกใบอนุญาตบริการแบบประยุกต์เช่นกัน ซึ่งผู้ที่ได้ใบอนุญาตสามารถมาเช่าเวลาในช่องฟรีทีวีได้

“เชื่อว่าเข้ามาช่วยเสริมให้กิจการโทรทัศน์ขยายตัวขึ้นด้วยอย่างน้อย 2-3 เท่าตัว หลังนำธุรกิจค้าปลีกมาผ่านช่องทางขายทีวี” พ.อ.นที กล่าว

ขณะที่หลักเกณฑ์การออกใบอนุญาตเฉพาะให้มีบริการแบบประยุกต์นั้น ต้องมีการศึกษาเทียบเคียงกับประเทศอื่นๆ ที่เป็นผู้นำในธุรกิจทีวีโฮมช็อปปิ้ง ทั้งเกาหลี ไต้หวัน ญี่ปุ่น สหรัฐ เพราะถือว่ามีความซับซ้อนมากในด้านการคิดค่าธรรมเนียมใบอนุญาต เช่น เกาหลีเก็บค่าธรรมเนียมจากกำไรสุทธิ ซึ่งมีข้อดีเพราะถ้ายังไม่มีกำไรก็จะไม่มีค่าธรรมเนียม ส่วนไทยมีกฎหมายว่าให้เก็บจากรายได้

นอกจากนี้ หากเก็บค่าธรรมเนียมที่สูงเกินไปอาจไม่จูงใจให้มีผู้สนใจเข้ามาขอใบอนุญาต เพราะไม่คุ้มค่าจึงไปทำผ่านช่องทางการเสนอขายสินค้าในระบบออนไลน์ (อีคอมเมิร์ซ) ซึ่งไม่มีค่าธรรมเนียม ดังนั้นจึงต้องศึกษาตัวอย่างจากหลายประเทศทุกๆ ด้านอย่างรอบคอบเพื่อนำไปสู่การดำเนินการ

“ใบอนุญาตเฉพาะสำหรับธุรกิจทีวีโฮมช็อปปิ้งน่าจะเกิดขึ้นได้ภายใน 2 ปี หรือภายในปี 2559 ซึ่งอายุของใบอนุญาตจะเท่ากิจการโทรทัศน์ คืออย่างน้อย 6 ปี รูปแบบน่าจะผสมผสานประเทศต่างๆ และเลือกให้เหมาะกับไทย”

สำหรับเกาหลีซึ่งเป็นผู้นำอันดับ 1 ของโลกในธุรกิจทีวีโฮมช็อปปิ้ง ถือว่ามีความแตกต่างจากไทย เพราะ 90% ของประชากรดูทีวีผ่านระบบเคเบิลทีวี ส่วนไทยคล้ายกับญี่ปุ่น ซึ่งการเปิดโอกาสส่งเสริมทีวีโฮมช็อปปิ้งจะสร้างให้เกิดเศรษฐกิจเชิงดิจิทัล และเป็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) เพราะมูลค่าธุรกิจที่ผ่านสื่อช่องทางนี้มีมูลค่าสูงถึง 4 แสนล้านบาท

ปัจจุบัน ไทยมีผู้ประกอบการทีวีโฮมช็อปปิ้งรายใหญ่จำนวน 4 ราย ได้แก่ บริษัท ทีวี ไดเร็ค บริษัท ทรู จี เอส บริษัท จี เอส โฮมช้อปปิ้ง และจีเอ็มเอ็ม ซีเจ โอ โฮม ช้อปปิ้ง คาดว่าในปี 2558 จะมียอดขายรวม 1.2 หมื่นล้านบาท

“เป็นเรื่องดีที่ กสทช.เห็นความสำคัญของทีวีโฮมช็อปปิ้ง ไม่งั้นการแข่งขันของธุรกิจจะเหมือนมวยวัดที่แข่งโดยไม่มีกติกามาควบคุม ถ้าได้รับการควบคุมและสนับสนุนที่ดี ธุรกิจนี้จะไปได้ดีมากๆ ทำให้ในอนาคตจะมีเจ้าใหญ่เข้ามาอีกเยอะมาก” พีระ ลักษณาภิรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์การออกอากาศ บริษัท จีเอ็มเอ็ม ซีเจ โอ โฮม ช้อปปิ้ง กล่าว

ในอนาคตหากเกิดใบอนุญาตทีวีโฮมช็อปปิ้งในไทย มองว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค เพราะจะมีการควบคุมให้สินค้าที่จำหน่ายมีคุณภาพได้มาตรฐาน เป็นการการันตีและควบคุมผู้เล่นให้อยู่ภายใต้กรอบกติกา ช่วยคัดกรองผู้ประกอบการที่ไม่มีคุณภาพ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท