
เศรษฐกิจโลกปั่นป่วน ‘จักรมณฑ์’ ลุยติดเครื่องอุตฯ
ในช่วงเวลาที่รัฐบาลทำงานกำลังจะครบ 3 เดือน รัฐมนตรีหลายกระทรวงต่างทยอยประกาศผลงานที่ได้ทำ ล่าสุด จักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม ได้นำทีมผู้บริหารกระทรวงแถลงผลงานใน 3 เดือนที่ผ่านมา รวมถึงนโยบายในปี 2558
ในช่วงเวลาที่รัฐบาลทำงานกำลังจะครบ 3 เดือน รัฐมนตรีหลายกระทรวงต่างทยอยประกาศผลงานที่ได้ทำ ล่าสุด จักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม ได้นำทีมผู้บริหารกระทรวงแถลงผลงานใน 3 เดือนที่ผ่านมา รวมถึงนโยบายในปี 2558
“เมื่อเทียบกับเครื่องบิน ตอนนี้เราก็ถือว่าเครื่องบินเทกออฟแล้ว” จักรมณฑ์ กล่าว
จักรมณฑ์ บอกว่า ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งได้ผลักดันให้หน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องกับการออกใบอนุญาตต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เร่งออกใบอนุญาตที่ค้างอยู่ ส่งผลให้ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา สามารถอนุมัติใบอนุญาตต่างๆ ให้กับเอกชนไปแล้ว 6,307 ฉบับ
“ในช่วงปี 2557 หน่วยงานพิจารณาอนุญาตทั้งสี่หน่วยงาน ได้มีการปรับปรุงกฎหมายและระเบียบเพื่อลดอุปสรรคและเอื้ออำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาต อาทิ ลดระยะเวลาและขั้นตอนการขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) จากเดิม 90 วัน เหลือเพียง 30 วัน ส่วน กพร.ที่ได้ปฏิรูประบบการอนุญาตทำเหมืองแร่ จากเดิม 97 วัน เหลือ 45 วัน และ สมอ.ได้ปรับขั้นตอนการดำเนินงานตาม พ.ร.บ.มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเหลือ 43 วัน และ 26 วัน ในการขออนุญาตแล้วแต่กรณี” จักรมณฑ์ ระบุ
นอกจากนี้ ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจเมื่อวันที่ 17 ธ.ค.ที่ผ่านมา ที่ประชุมมีความกังวลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะการลดลงของราคาน้ำมัน ความผันผวนของค่าเงินรูเบิ้ล ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ไทยส่งออก เช่น ข้าว น้ำตาล ยางพารา จึงจำเป็นต้องผลักดันภาคเศรษฐกิจอื่นๆ โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรม
สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่จะผลักดันในปี 2558 จะเน้นที่กลุ่มอาหาร กลุ่มสินค้าเกษตรแปรรูป เนื่องจากเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพและใช้วัตถุดิบในประเทศ ส่วนอุตสาหกรรมยางนั้น ขณะนี้มีนักลงทุนจากจีน 9 ราย เตรียมเข้ามาตั้งโรงงานผลิตภัณฑ์ยางในไทยแล้ว ด้านอุตสาหกรรมยานยนต์น่าจะกลับมาผลิตที่ระดับ 2.2 ล้านคัน/ปี พร้อมทั้งจะผลักดันให้มีการนำแร่โปแตชและแร่ควอตช์ขึ้นมาใช้ให้ได้ เพื่อทำให้เกิดอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น โซดาไฟ ปุ๋ย และการผลิตโซลาร์เซลล์
พสุ โลหารชุน อธิบดี กรอ. กล่าวว่า หลัง กรอ.ลดขั้นตอนการพิจารณาใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานลงเหลือ 30 วัน ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา พบว่าสามารถอนุมัติใบ ร.ง.4 กว่า 98% ได้ภายใน 30 วัน ส่วนใบอนุญาตที่เหลือไม่สามารถทำได้ภายในกรอบระยะเวลา เนื่องจากเป็นการอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงอื่นๆ โดยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา กรอ.อนุมัติใบ ร.ง.4 จำนวน 1,297 โรงงาน มูลค่าลงทุน 1.35 แสนล้านบาท เงินทุนเพิ่มขึ้น 3.27% เทียบกับปีก่อน และจำนวนโรงงานเพิ่มขึ้น 9.22% เทียบกับปีก่อน
ชาติ หงส์เทียมจันทร์ รองอธิบดี กพร. กล่าวว่า หลัง กพร.ปฏิรูประบบการขออนุญาตและกำกับดูแลการทำเหมืองแร่ใน 3 เดือนที่ผ่านมา กพร.ได้ออกอนุญาตสิทธิสำรวจและทำเหมืองแร่ อาทิ ประทานบัตร การต่ออายุประทานบัตร การโอนประทานบัตร ออกอาชญาบัตรพิเศษ และออกอาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ 109 แปลง มูลค่าลงทุน 1,982 ล้านบาท ขณะที่มูลค่าของแหล่งแร่อยู่ที่ 1.61 หมื่นล้านบาท และสร้างมูลค่าเพิ่มในอุตสาหกรรมต่อเนื่องได้ 3.13 แสนล้านบาท ส่วนในปี 2558 คาดว่าจะมีการอนุญาตคำขอประทานบัตรและอื่นๆ 200 แปลง
วีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการ กนอ. ระบุว่า ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา มียอดการขออนุญาตแจ้งเริ่มประกอบกิจการและขยายโรงงาน 86 โรงงาน 1.93 หมื่นล้านบาท เป็นนักลงทุน 50% มีสัญชาติญี่ปุ่น ตามมาด้วยนักลงทุนไทย 30% โดยอุตสาหกรรมหลักที่เข้ามาประกอบกิจการในนิคมฯ ยังคงเป็นอุตสาหกรรมยานยนต์/ชิ้นส่วน และในปี 2558 กรมจะผลักดันการจัดตั้งรับเบอร์ซิตี้ในภาคใต้ให้สำเร็จ
“โครงการรับเบอร์ซิตี้ในภาคใต้จะออกแบบเสร็จในเดือน เม.ย. 2558 และเปิดในปี 2560 ส่วนการตั้งนิคมอุตสาหกรรมในเขตเศรษฐกิจพิเศษอยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสมแต่ละพื้นที่ โดยจะมีความชัดเจนในต้นปีหน้า นิคมฯ กำจัดกากอุตสาหกรรมจะลงนามกับกระทรวงกลาโหมในต้นปีหน้าเพื่อจัดหาพื้นที่ที่เหมาะสมต่อไป” วีรพงศ์ กล่าว







