
ช็อกโกแลต ‘พอล เอ. ยัง’ ล่าฝันด้วยธุรกิจที่ ‘ใช่’
พอล ยัง หัวหน้าพ่อครัวขนมหวานในร้านอาหารชื่อดัง ตัดสินใจหันหลังให้กับอาชีพที่กำลังรุ่งเรือง เพื่อเดินตามความฝันของตัวเอง แม้จะต้องเริ่มต้นจากศูนย์ ก็แน่วแน่ว่าพร้อมแล้วกับการผจญภัยครั้งใหม่ จนกระทั่งสามารถเปิดร้านช็อกโกแลตแห่งแรกของตัวเองได้สำเร็จในปี 2006
พอล ยัง หัวหน้าพ่อครัวขนมหวานในร้านอาหารชื่อดัง ตัดสินใจหันหลังให้กับอาชีพที่กำลังรุ่งเรือง เพื่อเดินตามความฝันของตัวเอง แม้จะต้องเริ่มต้นจากศูนย์ ก็แน่วแน่ว่าพร้อมแล้วกับการผจญภัยครั้งใหม่ จนกระทั่งสามารถเปิดร้านช็อกโกแลตแห่งแรกของตัวเองได้สำเร็จในปี 2006
พอล เล่าย้อนอดีตอันล้มลุกคลุกคลานหลังตัดสินใจลาออก ผ่านเดอะ การ์เดียน สื่อจากอังกฤษ ว่า เหตุที่ตัดสินใจลาออกจากงานประจำ เพราะว่าเบื่อกับการทำงานในลักษณะเดิมๆ และต้องการแสวงหาสิ่งใหม่ๆ ที่ท้าทายกว่า สิ่งที่จะปลุกคำว่า “ใช่” ให้เกิดขึ้น จนกระทั่งมาลงตัวที่การทำช็อกโกแลต โดยเริ่มขายผ่านเทศกาลอาหารที่จัดขึ้นในลอนดอน
ความกล้าในการเดินตามฝันของตัวเอง ส่งผลให้พอลเติมต่อความฝันด้วยการขยายกิจการร้านช็อกโกแลต “พอล เอ. ยัง” ไปถึง 4 แห่งทั่วกรุงลอนดอน ทั้งนี้ พอลอธิบายการบริหารจัดการร้านค้าทั้ง 4 แห่งให้มีประสิทธิภาพ ว่า ต้องรู้จักวางแผนด้วยความรัดกุมและรอบคอบ แม้แต่ละวันจะมีการประชุมร่วมกับทีมงานทั้ง 32 คน แต่พอลก็ยังแบ่งเวลาเข้าร้านทุกวันไม่ขาด
“เทคโนโลยี” ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการบันทึกข้อมูลในแต่ละขั้นตอนของการผลิตและจัดเก็บช็อกโกแลต ซึ่งข้อมูลที่จัดเก็บจะถูกแชร์ไปยังเชฟและผู้จัดการร้าน เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน ซึ่งจะช่วยให้การทำช็อกโกแลตมีมาตรฐานเดียวกันทุกร้าน
เนื่องด้วยทางร้านเป็นธุรกิจบริการด้านอาหาร คุณภาพของสินค้าที่จำหน่ายจึงขึ้นอยู่กับทักษะของพนักงานในร้านเป็นสำคัญ ดังนั้นการสรรหาบุคลากรจึงถือเป็นปัจจัยหลักอีกประการหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญ โดยพอลแสดงความเห็นในประเด็นนี้ว่า การสรรหาพนักงานเป็นเรื่องยากมาก แต่ทางร้านเปิดโอกาสให้ผู้มีความสามารถโดยไม่จำกัดเฉพาะชาวอังกฤษเข้ามาร่วมงาน ทำให้พนักงานในร้านมีหลากหลายเชื้อชาติ แต่ก็ยังเป็นทีมที่แข็งแกร่ง
ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลนั้น พอลสรุปว่า ต้องแน่ใจว่าพนักงานทุกคนรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า และงานนี้จะช่วยให้พวกเขาก้าวหน้าได้ในระยะยาว รวมทั้งบริหารจัดการด้วยความยุติธรรม ส่วนความท้าทายที่พอลคิดว่ายากที่สุดในการดำเนินธุรกิจนั้น คือการทุ่มสรรพกำลังและสมองในการทำงานแบบ 110% ทุกวัน ด้วยความละเอียดรอบคอบตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจ
แม้การทำธุรกิจที่ตัวเองรักจะเป็นเรื่องที่พอลให้ความสำคัญ กระนั้นการสร้างสมดุลชีวิตในการทำงานก็เป็นสิ่งที่พอลยืนยันอย่างหนักแน่นว่า เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ด้วยการล็อกวันหยุดสำหรับตัวเองในแต่ละอาทิตย์ หรือแต่ละเดือนล่วงหน้า นอกจากนั้น พอลเข้าใจธรรมชาติของตัวเองในการดำเนินชีวิตที่ชอบความหลากหลาย ไม่จำเจ จึงต้องการอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ไม่ใช้ชีวิตในสถานที่ใดที่หนึ่งนานจนเกินไปนัก และตัดสินใจไม่ซื้อบ้าน
ด้วยความสำเร็จอย่างงดงามของร้านช็อกโกแลตทั้ง 4 แห่งในดินแดนอังกฤษ พอลก็ให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่กำลังเริ่มต้นธุรกิจตัวเองว่า จำไว้ว่า “การใส่ใจรายละเอียด” เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด สำหรับการเริ่มต้นงานทุกอย่าง นอกจากนี้ พอลยังเชื่อด้วยว่าการเริ่มต้นด้วยธุรกิจขนาดเล็กจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถปรับปรุงและยกระดับการทำงานได้ดีและง่ายกว่ากิจการขนาดใหญ่
สิ่งสำคัญที่สุดที่ห้ามลืมเด็ดขาดระหว่างที่กำลังก่อร่างสร้างธุรกิจ คือ “เวลาสำหรับตัวเอง” อย่าหักโหมทำงานจนลืมการพักผ่อน ออกกำลังกาย อยู่กับคนที่รักและครอบครัว หรือแปลความหมายได้ว่า นักธุรกิจมือใหม่ต้องรู้จักการแบ่งเวลาให้เป็นนั่นเอง







