
หลังการดีดกลับ ตลาดหุ้นจะแกว่ง เลิกคิดเรื่องขาขึ้น?
ผมหายหน้าหายตาไปจากคอลัมน์นี้ 1 สัปดาห์ครับ เพราะติดภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งต้องยอมรับว่าหลังๆ เดินทางในทางซีกโลกตะวันตก โดยเฉพาะฝั่งยุโรป เห็นการเปลี่ยนแปลงในหลายอย่างมากกว่า 10 ปีก่อน มีการกล่าวถึง asia value ซึ่งต้องยอมรับว่าในยุคนั้นผมไม่ค่อยอินกับแนวคิดนี้เท่าไรนัก เพราะยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงมากมายในจีนรวมทั้งอีกหลายประเทศในเอเชีย แม้กระทั่งการกลับตัวทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นในปัจจุบัน
ผมหายหน้าหายตาไปจากคอลัมน์นี้ 1 สัปดาห์ครับ เพราะติดภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งต้องยอมรับว่าหลังๆ เดินทางในทางซีกโลกตะวันตก โดยเฉพาะฝั่งยุโรป เห็นการเปลี่ยนแปลงในหลายอย่างมากกว่า 10 ปีก่อน มีการกล่าวถึง asia value ซึ่งต้องยอมรับว่าในยุคนั้นผมไม่ค่อยอินกับแนวคิดนี้เท่าไรนัก เพราะยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงมากมายในจีนรวมทั้งอีกหลายประเทศในเอเชีย แม้กระทั่งการกลับตัวทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นในปัจจุบัน
แต่หลังๆ ต้องยอมรับว่าการพัฒนาเพิ่มเติมในฝั่งยุโรปมีน้อยมาก แม้ความยิ่งใหญ่ในอดีตจะมีมากการได้เปรียบในแง่คุณภาพคนในภาพรวม และแบรนด์สินค้ายังคงมีอยู่ แต่สิ่งที่เพิ่มเติมกลับไม่มี ซึ่งแตกต่างจากฝั่งโลกตะวันออกที่มีการพัฒนาอย่างชัดเจน โดยเฉพาะหลังๆ ใครเดินทางไปจีน หรือประเทศอื่นๆ ในเอเชียจะเห็นการพัฒนาที่เพิ่มมากขึ้นอย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นไม่แปลกอะไรที่การพัฒนาโลกในอีก 10-20 ปีข้างหน้า ความสำคัญจะกลับมาที่ซีกโลกตะวันออก และสิ่งที่กล่าวมาแม้ไม่ได้เกี่ยวกับตลาดหุ้นแต่คงต้องการชี้หลายๆ ประเด็น เช่น เรื่องการทำธุรกิจ การลงทุน แม้กระทั่งการพยายามหนีตัวเองไปลงทุนตลาดหุ้นในประเทศตะวันตกก็ตาม
วกกลับมาตลาดหุ้นไทย สิ่งที่เราเห็นในการเปลี่ยนแปลงช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ก็คือ มีการลงแรงลักษณะ panic sell ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่ชี้ว่า ความหวังที่คนส่วนใหญ่คิดว่า ธ.ค.จะเป็นเดือนที่ดี และหุ้นจะขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่เป็นความจริง และการดีดกลับก็เกิดขึ้นเป็นธรรมชาติของตลาดหุ้น และถ้าเราพิจารณาให้ดีปัจจัยเสี่ยงเรื่องราคาน้ำมัน, วิกฤตรัสเซีย หรือใครทุบหุ้น ยังคงเป็นเรื่องเดิมไม่ว่า SET INDEX อยู่ที่ 1,600 หรืออยู่ที่ 1,375 (จุดต่ำสุดในวันจันทร์) แต่เป็นเรื่องราคาตลาดของหุ้น และเป็นกลยุทธ์การลงทุนนั้นก็คือ หัวใจสำคัญในการคาดการณ์อนาคต
สิ่งที่ต้องมามองกันต่อก็คือ แนวโน้มการเคลื่อนไหวในช่วงต่อจากนี้คาดว่า ภาพรวมระยะกลางคงไม่มีอะไรดีขึ้นแม้การดีดกลับจาก 1,375 มาเหนือ 1,500 จุด จะเกิดขึ้นเร็วและแรงก็ตาม แต่การปรับตัวลงแรงและเร็วที่เกิดขึ้นแม้จะมีกระแสข่าวลือ แต่ต้องยอมรับว่าแรงรับค่อนข้างอ่อน แม้เชื่อว่าข่าวลือนั้นไม่น่าจะเป็นจริง เหตุผลก็เนื่องจากราคาหุ้นไม่ได้ถูกจริง ซึ่งนั่นก็หมายความว่าการดีดกลับที่เกิดขึ้น ในระยะสั้นเป็นการดีดกลับ เนื่องจากราคาหุ้นลงมามากเกินไป และผู้ที่เข้ามาซื้อ ก็ซื้อเพราะราคาตลาดเริ่มน่าสนใจ ไม่ได้ ซื้อเพราะลงทุน จึงน่าจะคาดได้ว่า กรณีเป็นเช่นนี้ปัจจัยที่จะมีการปรับตัวขึ้นแรงๆ จนเป็นรอบขึ้นใหม่จะไม่เกิดขึ้น
ตราบใดที่การขับเคลื่อนในเชิงเศรษฐกิจจะมีการเปลี่ยนแปลงในด้านบวก ซึ่งอย่างเร็วที่น่าจะรู้ก็น่าจะเป็นกลางปีหน้า ในเรื่องของนโยบายภาครัฐที่น่าจะมีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในสมมติฐานที่ปัจจัยจากภายนอกประเทศมีความเสี่ยงเพียงในปัจจุบัน เมื่อกล่าวมาเช่นนั้นก็น่าจะมองได้ว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยในระยะเดือนหรือหลายเดือนข้างหน้าจะไม่กลับไปเป็นขาขึ้น ส่วนจะลงได้อีกแรงๆ หรือไม่ ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของปัจจัยจากภายนอกประเทศ!
ภาพระยะสั้น ในเชิงของการวิเคราะห์ทางเทคนิคพบว่า ทิศทางการเคลื่อนไหวในช่วงสั้นน่าจะเป็นลักษณะของการแกว่งตัว และการวิ่งเกิน 1,510 ขึ้นไป แรงขายจะปรากฏ โดยมองว่าจุดสูงในรอบสั้นจะอยู่ที่ 1,510-1,520 (เกิดขึ้นไปแล้ว) หรือ 1,540-1,548 และหลังจากนั้นจะเกิดการแกว่งตัว โดยจุดต่ำในช่วงระยะเดือนนี้จะไม่ต่ำกว่า จุดต่ำในวันจันทร์ที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งนั่นก็หมายถึงจังหวะการทำกำไรในการซื้อเล่นสั้น ควรกระทำเมื่อมีการวิ่งเกิน 1,510-1,520
บทสรุป ประเมินว่าทิศทางของ SET INDEX ในช่วงสั้นน่าจะมีลักษณะแกว่งตัว และแรงขายจะมากขึ้นเมื่อเข้าสู่บริเวณ 1,510-1,520 หรือมากกว่า (แต่จะไม่สูงกว่า 1,548) แต่ปัจจัยในภาพรวมคาดว่าตลาดรวมจะไม่กลับเป็นขาขึ้นในระยะ 1-3 เดือนนี้?







