
หุ้นไฟฟ้าคึกรับประมูลใหม่ EGCO เด่นสุด
ล้มสัญญากัลฟ์ฯ เตรียมเปิดประมูลใหม่ หนุนกลุ่มไฟฟ้าคึกคัก เอเซีย พลัส เชียร์ผลิตไฟฟ้าสุดลิ่ม
ล้มสัญญากัลฟ์ฯ เตรียมเปิดประมูลใหม่ หนุนกลุ่มไฟฟ้าคึกคัก เอเซีย พลัส เชียร์ผลิตไฟฟ้าสุดลิ่ม
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส คาดกลุ่มโรงไฟฟ้าเตรียมคึกคักรับการยกเลิกสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (เครือกัลฟ์ เจพี) เบื้องต้นคาดจะนำโครงการซื้อไฟฟ้าจากก๊าซมาประมูลใหม่ ซึ่งจะบวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า เลือก บริษัท ผลิตไฟฟ้า (EGCO) เป็นหุ้นเด่น
นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงพลังงานได้รับหนังสือจากทางคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ที่ตั้งโดยคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรื่องผลการพิจารณากรณีความโปร่งใสในการประมูลโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติของบริษัท กัลฟ์ฯ ที่ชนะการประมูลเมื่อปี 2556 (IPP รอบ 3) แต่เพียงรายเดียวทั้งหมดจำนวน 2 สัญญา กำลังการผลิตรวม 5,000 เมกะวัตต์ ว่าเป็นไปอย่างไม่โปร่งใสและเป็นธรรมกับผู้ร่วมประมูลรายอื่น จึงมอบหมายให้กระทรวงพลังงานแจ้งการยกเลิกสัญญา และมีทางออก 2 แนวทาง คือ 1.นำผู้ที่ผ่านการคัดเลือกทางเทคนิคจากการประมูลส่วนที่เหลือมาพิจารณา ซึ่งได้แก่ EGCO และ บริษัท โกลว์ พลังงาน (GLOW)
2.นำแผนการรับซื้อไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติบรรจุเข้าในแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า หรือ PDP 2015 ฉบับใหม่ และมีการเปิดให้ประมูลใหม่ ซึ่งในเบื้องต้นฝ่ายวิจัยคาดมีโอกาสสูงที่จะเกิดในแนวทางที่ 2 ซึ่งจะเป็นบวกต่อผู้ประกอบการกลุ่มโรงไฟฟ้าทุกราย อาทิ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง (RATCH), EGCO, GLOW ที่จะมีสิทธิเข้าร่วมประมูลการรับซื้อไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม การยกเลิกสัญญาดังกล่าวไม่กระทบต่อความมั่นคงของการใช้ไฟฟ้าของประเทศ เพราะโครงการของกัลฟ์ฯ เดิมกว่าจะเริ่มผลิตไฟฟ้าเข้าระบบก็ในปี 2564 ดังนั้นยังมีระยะเวลาเหลือมากพอสำหรับการเปิดประมูลใหม่ ฝ่ายวิจัยแนะนำให้ซื้อ EGCO และให้มูลค่าเหมาะสมที่ 188 บาท จากโครงการโรงไฟฟ้าที่มีอยู่ในมือจำนวนหลายโครงการ ซึ่งจะส่งผลให้แนวโน้มกำไรโดดเด่นสุดในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า รวมถึงยังมีสิทธิที่จะลุ้นการประมูลโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติสูงจากความพร้อมทางด้านพื้นที่ TRC ได้งานกัลฟ์ฯ และระบบสายส่งใน จ.ระยอง (พื้นที่โรงไฟฟ้า REGCO)
ด้านนักวิเคราะห์ฟินันเซีย ไซรัส ยังคงให้น้ำหนักหุ้นพลังงานทางเลือกมากกว่าตลาด และปี 2558 โอกาสทองธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เนื่องจากกระทรวงพลังงานตั้งเป้าการใช้พลังงานทดแทนในการผลิตไฟฟ้าเพิ่มจาก 3,969 เมกะวัตต์ หรือสัดส่วน 2.6% เป็น 25% คิดเป็นจำนวน 13,927 เมกะวัตต์ ภายในปี 2021 และเปิดรับซื้อไฟฟ้าโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ประเภทต่างๆ ให้ครบตามเป้าหมาย 2,245 เมกะวัตต์
“ให้ซื้อหุ้น บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง หรือ GUNKUL เป็นบริษัทเดียวที่ทำธุรกิจแบบครบวงจรมากที่สุด เป็นหุ้น Growth Stock ตัวจริง เพราะมีสัญญาขายไฟอยู่ในมือมากที่สุด ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ไปจนถึงปี 2019” บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุ







