posttoday
จับทิศคอมมูนิตี้มอลล์ แตกต่างสร้างทางรอด

จับทิศคอมมูนิตี้มอลล์ แตกต่างสร้างทางรอด

19 ธันวาคม 2557

การขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วง 3-4 ปีที่่ผ่านมาของธุรกิจคอมมูนิตี้มอลล์ ส่งผลให้กลายเป็นโอกาสใหม่ของผู้สนใจโดดเข้าสู่ธุรกิจค้าปลีก โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มีต้นทุนเก่า คือ ใช้แลนด์แบงก์ที่มีอยู่มาพัฒนาโครงการ แต่ขณะเดียวกันก็กลายเป็นวิกฤตสำหรับผู้ที่เข้ามาแล้วไม่สามารถแข่งขันได้จนต้องเลิกกิจการไปก็มีให้เห็นเช่นกัน

การขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วง 3-4 ปีที่่ผ่านมาของธุรกิจคอมมูนิตี้มอลล์ ส่งผลให้กลายเป็นโอกาสใหม่ของผู้สนใจโดดเข้าสู่ธุรกิจค้าปลีก โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มีต้นทุนเก่า คือ ใช้แลนด์แบงก์ที่มีอยู่มาพัฒนาโครงการ แต่ขณะเดียวกันก็กลายเป็นวิกฤตสำหรับผู้ที่เข้ามาแล้วไม่สามารถแข่งขันได้จนต้องเลิกกิจการไปก็มีให้เห็นเช่นกัน

ขณะเดียวกัน ภาพที่เกิดขึ้นในธุรกิจคอมมูนิตี้มอลล์เริ่มเปลี่ยนไป จากเดิมที่จะเน้นขยายตัวในย่านชานเมืองหรือชุมชนเกิดใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการของคนในทำเลนั้นๆ รัศมีไม่เกิน 5 กิโลเมตร

แต่ปัจจุบันการขยายตัวของห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้าที่ออกไปยังชานเมืองมากขึ้น เพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้คอมมูนิตี้มอลล์ประสบความสำเร็จได้ยากขึ้นเช่นกัน เพราะความครบถ้วนของศูนย์การค้าทำให้ดึงลูกค้าเข้าไปใช้บริการได้มากกว่า

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ณ วันนี้ก็ยังได้เห็นคอมมูนิตี้มอลล์รายใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งโครงการวัน อุดมสุขเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการหน้าใหม่ในธุรกิจนี้ แต่เป็นหน้าเก่าในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ โดยเป็นผู้บริหารศูนย์ประชุมไบเทค บางนา อาคารสำนักงาน และอีกหลายโครงการที่เน้นการพัฒนาเพื่อเช่ามากกว่าขาย

ปิติภัทร บุรี กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท ภิรัชบุรี กล่าวว่า ปัจจุบันธุรกิจคอมมูนิตี้มอลล์ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องจากกลุ่มนักลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งกลุ่มบริษัท ภิรัชบุรี ที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 30 ปีในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ก็ให้ความสนใจเช่นกัน โดยทุ่มงบ 90 ล้านบาท ผุดโครงการวันอุดมสุขขึ้นที่ซอยอุดมสุข ติดสถานีรถไฟฟ้าอุดมสุข พร้อมทั้งเปิดให้บริการมาแล้ว 1 ปี และพบว่าได้รับการตอบรับเป็นที่น่าพอใจ

ทั้งนี้ จากการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจคอมมูนิตี้มอลล์อย่างทุกวันนี้ ปิติภัทร มองว่า ภาพของคอมมูนิตี้มอลล์ทุกวันนี้มักเน้นขนาดใหญ่มากขึ้น จนใกล้เคียงกับศูนย์การค้าหรือห้างสรรพสินค้าที่ลดขนาดลงมา เพื่อขยายแนวรบไปในชุมชนเกิดใหม่มากขึ้น ทำให้ไม่เกิดความแตกต่างมากนักในแง่ของสินค้าและบริการ และต้องยอมรับว่าลูกค้าจะเลือกเดินศูนย์การค้ามากกว่า หากเปรียบเทียบแล้วไม่มีความแตกต่างในทำเลเดียวกัน

“คอมมูนิตี้มอลล์นับจากนี้ ต้องจับตาดูว่าหากเปิดให้บริการได้เกิน 3 ปี และมีลูกค้าเข้าต่อเนื่อง ถือว่าโอกาสอยู่รอดและประสบความสำเร็จมีสูง ซึ่งหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ คือ ต้องสร้างความแตกต่าง และสรรหาสินค้าและบริการที่ชุมชนนั้นๆ ต้องการและยังไม่มีให้บริการ”

ดังนั้น โครงการวันอุดมสุข จึงวางเป้าหมายปั้นให้เป็นแหล่งแฮงเอาต์ในย่านอุดมสุข พร้อมชูความแตกต่างที่ไม่เหมือนใคร เน้นจุดเด่นด้านการผสมผสานเป็นหนึ่งเดียวกับชุมชนโดยรอบพื้นที่ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการขนาดเล็ก หรือเอสเอ็มอี ได้มีที่ประกอบธุรกิจให้แข็งแรงและเติบโตในธุรกิจไปพร้อมๆ กัน

นอกจากนี้ ยังมั่นใจในทำเลที่ตั้งที่อยู่ริมถนนสุขุมวิท ติดกับสถานีรถไฟฟ้าอุดมสุข และติดกับคอนโดมิเนียมเลียบเส้นรถไฟฟ้าอีกหลายโครงการ รวมทั้งยังตั้งอยู่ติดกับชุมชนในย่านอุดมสุขและพระโขนงอีกด้วย

สำหรับโครงการดังกล่าวจะเน้นการคัดเลือกร้านค้าและบริการ ที่เน้นกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยเป็นลำดับต้นๆ เพื่อให้มีพื้นที่ประกอบธุรกิจ โดยมีเนื้อที่กว่า 8,000 ตารางเมตร ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ “เนเชอรัล ลอฟท์ ดีไซน์” เน้นการใช้แสงธรรมชาติ ทางเดินที่กว้างขวาง

ปัจจุบันมีร้านค้าเปิดให้บริการ 25 ร้านค้า และจะเพิ่มเป็น 30 ร้านค้าต่อไป เน้นร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ร้านเบเกอรี่ สถาบันสุขภาพและเสริมความงาม รวมทั้งโรงเรียนกวดวิชา มีลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการประมาณ 4,000–5,000 คน/วัน และมีการใช้จ่าย 100–300 บาท/คน

ขณะเดียวกัน กลุ่มภิรัชบุรียังมีพื้นที่ในฝั่งตรงข้ามอีก 20 ไร่ ที่พร้อมพัฒนา โดยคาดว่าจะให้เวลากับวัน อุดมสุขประมาณ 3-4 ปีนับจากนี้ เพื่อสร้างการรับรู้ของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย และรอการเติบโตของเมือง ที่ปัจจุบันมีคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นมากมาย รวมถึงค้าปลีกรายอื่นๆ ที่เปิดตัวมากขึ้น จึงคาดว่าภายในไม่เกิน 5 ปีนับจากนี้ จะเห็นการเปลี่ยนแปลงของทำเลสุขุมวิทตอนปลายแน่นอน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท