
รื้อกฎหมายล้มละลาย เพิ่มโทษลูกหนี้ยักยอกเงิน
กรมบังคับคดีได้จัดประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นร่าง พ.ร.บ.ล้มละลาย ขึ้นเมื่อวันที่ 18 ธ.ค. เพื่อปรับปรุงกฎหมายให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน ก่อนจะนำเสนอ รมว.ยุติธรรม เพื่อเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายในสิ้นปีนี้
กรมบังคับคดีได้จัดประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นร่าง พ.ร.บ.ล้มละลาย ขึ้นเมื่อวันที่ 18 ธ.ค. เพื่อปรับปรุงกฎหมายให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน ก่อนจะนำเสนอ รมว.ยุติธรรม เพื่อเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายในสิ้นปีนี้
รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี เปิดเผยว่า กรมบังคับคดีได้เสนอแก้ไขกฎหมายล้มละลาย เพื่อคุ้มครองสิทธิของบรรดาเจ้าหนี้และลูกหนี้ และพัฒนากฎหมายให้เป็นมาตรฐานสากล และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ นอกจากนี้กฎหมายล้มละลายยังเป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับการลงทุน เพราะธนาคารโลกจะนำกฎหมายล้มละลายในแต่ละประเทศมาพิจารณาให้คะแนนความยากง่ายในการทำธุรกิจในประเทศด้วย
สำหรับสาระสำคัญการแก้ไขร่างกฎหมายล้มละลายครั้งนี้ ประกอบด้วย
1.การเพิ่มสิทธิของเจ้าหนี้ในการยื่นคำขอชำระหนี้ โดยปัจจุบันกฎหมายกำหนดว่า หากเจ้าหนี้ไม่ได้มายื่นคำขอรับชำระหนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนด คือ 2 เดือน จะหมดสิทธิได้รับชำระหนี้ กฎหมายจึงเปิดให้เจ้าหนี้สามารถยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าหนี้รายนั้นสามารถขอรับการชำระหนี้ได้
2.ปรับปรุงสิทธิลูกหนี้ร่วมและผู้ค้ำประกันในการได้รับชำระหนี้
3.ลดขั้นตอนในการสั่งคำขอชำระหนี้ โดยให้อำนาจเจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์สามารถมีคำสั่งในคำขอชำระหนี้ได้ หากเจ้าหนี้และลูกหนี้คัดค้านสามารถร้องไปศาลได้ ทั้งนี้เพื่อลดขั้นตอนและปริมาณคดีในศาล
4.ปรับปรุงการยื่นคำขอประนอมหนี้ให้ชัดเจน เช่น จะต้องกำหนดการลำดับการชำระหนี้ จำนวนเงินที่ขอประนอมหนี้ ต้องแสดงความสามารถในการปฏิบัติตามคำขอประนอมหนี้ กำหนดเวลาชำระหนี้ การจัดการกับทรัพย์ที่มีหลักประกันและผู้ค้ำประกัน
5.ปรับเปลี่ยนโทษปรับทางอาญาให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน เช่น ลูกหนี้ซุกซ่อนทรัพย์ หรือโยกย้ายทรัพย์ จากเดิมมีโทษปรับ 100-1,000 บาท ก็เพิ่มโทษปรับเป็น 1-2 แสนบาท ส่วนโทษ
จำคุกก็ยังคงเดิม คือ 4 เดือน-2 ปี
อย่างไรก็ตาม กฎหมายล้มละลายยังต้องมีการแก้ไขอีกหลายส่วน แต่ช่วงแรกจะแก้ไขกฎหมายในประเด็นที่กระทบกับลูกหนี้กับเจ้าหนี้เป็นหลักก่อน และลดขั้นตอนอุปสรรคของกฎหมาย และในปี 2558 จะมีการแก้ไขกฎหมายล้มละลายเพิ่มเติมในส่วนการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้เอสเอ็มอี การเปิดโอกาสให้ลูกหนี้สามารถยื่นล้มละลายตัวเองได้ การล้มละลายของบริษัทต่างประเทศ การใช้สินเชื่อลูกหนี้ระหว่างที่อยู่ในภาวะล้มละลาย เป็นต้น
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้กรมบังคับคดีได้ทำวิจัยเกี่ยวกับการบังคับคดีล้มละลาย พบว่าส่วนใหญ่สถาบันการเงินจะเป็นโจทก์ในคดีล้มละลาย 94.1% ของเจ้าหนี้ทั้งหมด ทุนทรัพย์ที่ฟ้องอยู่ระหว่าง 1-5 ล้านบาท ลูกหนี้ในคดีล้มละลายกว่า 93.5% ของลูกหนี้ทั้งหมดเป็นบุคคลธรรมดา และส่วนใหญ่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน
ผลสำรวจยังพบว่า การดำเนินการบังคับคดีล้มละลายใช้เวลาประมาณ 2 ปี จึงจะแล้วเสร็จ แต่หากกรมบังคับคดีสามารถปรับปรุง พัฒนา และประสานงาน เพื่อเร่งรัดระยะเวลาที่ใช้ในขั้นตอนการรับคำสั่งศาล การประกาศคำพิพากษาล้มละลาย การบังคับคดีล้มละลายจะใช้เวลาน้อยลงอีกประมาณ 8-12 เดือน







