
เฟดเริ่มชัดเจนสัญญาณขึ้นดอก
กลับสู่นโยบายปกติขอประชุมอีก 2 ครั้งเชื่อขึ้นกลางปีหน้า
กลับสู่นโยบายปกติขอประชุมอีก 2 ครั้งเชื่อขึ้นกลางปีหน้า
เฟดเริ่มให้ความชัดเจนช่วงเวลาขึ้นดอกเบี้ย แม้ความเห็นเอฟโอเอ็มซียังแตกแยก
วอลสตรีท เจอร์นัล เปิดเผยรายงานเชิงวิเคราะห์ว่า แถลงการณ์ของที่ประชุมคณะกรรมการผู้กำหนดนโยบายทางการเงินธนาคารกลางสหรัฐ (เอฟโอเอ็มซี) ซึ่งมีขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายของปีเมื่อวันที่ 16-17 ธ.ค.ที่ผ่านมา ทางเอฟโอเอ็มซีเริ่มระบุถึงช่วงเวลาที่ชัดเจนขึ้นสำหรับการขึ้นดอกเบี้ย
สื่อชื่อดังชี้เห็นถึงประโยคที่ระบุว่า “ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มต้นปรับนโยบายทางการเงินให้เข้าสู่ภาวะปกติ” นั้นนับเป็นถ้อยคำที่ระบุว่าเฟดเตรียมจะปรับขึ้นดอกเบี้ยที่ตรงและเป็นทางการที่สุดในปี 2014
นอกจากนั้น ด้าน เจเน็ต เยลเลน ผู้ว่าการเฟด เปิดเผยว่า ที่ประชุมเอฟโอเอ็มซีพิจารณาว่าจะไม่มีการปรับนโยบายทางการเงินสู่ภาวะปกติจนกว่าจะมีการประชุมอีกอย่างน้อย 2 ครั้ง ซึ่งรวมถึงทางเฟดต้องมีข้อมูลประกอบที่สมบูรณ์แบบด้วย
วอลสตรีท เจอร์นัล วิเคราะห์ว่า ถ้อยแถลงของเยลเลน หมายถึง วาระการประชุมเอฟโอเอ็มซีในวันที่ 27-28 ม.ค. และวันที่ 17-18 มี.ค. 2015 ซึ่งหมายถึงการขึ้นดอกเบี้ยอาจมีขึ้นหลังจากไตรมาสแรกเป็นต้นไป ขณะที่ “ข้อมูลประกอบที่สมบูรณ์” นั้นหมายถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ
ด้านรายงานการคาดการณ์ของเจ้าหน้าที่ระดับสูง ระบุว่า เฟดน่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยช่วงกลางปี 2015 และจะขึ้นไปอยู่ที่ระหว่าง 0.375-4% ภายในปลายปี 2016
อย่างไรก็ดี เฟดยังคงไม่เชื่อมั่นในสภาพเศรษฐกิจสหรัฐ เห็นได้จากเฟดปรับเปลี่ยนถ้อยคำที่ใช้ระบุถึงช่วงเวลาในการปรับขึ้นดอกเบี้ยจาก “ช่วงเวลาที่เหมาะสม” เป็น “เฟดจะอดทนก่อนขึ้นดอกเบี้ย” ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐปรับขึ้นเมื่อวันที่ 17 ธ.ค. โดยดัชนีดาวโจนส์ปรับขึ้นไป 1.69% ขณะที่ดัชนีเอช แอนด์ พี 500 โตขึ้น 2.04%
ในทำนองเดียวกัน ความเห็นของคณะกรรมการเอฟโอเอ็มซียังคง ขาดความเป็นเอกภาพ โดย ริชาร์ด ฟิชเชอร์ ผู้ว่าการเฟดสาขาดัลลาส เชื่อว่า การขึ้นดอกเบี้ยควรมีขึ้นเร็วกว่าแผนการเดิมของเฟด สวนทางกับ นารายัน โกเชอร์ลาโกทะ ผู้ว่าการเฟดสาขามินนิแอโพลิส ที่เห็นว่าเฟดยังไม่ได้ให้น้ำหนักด้านความเสี่ยงจากเงินเฟ้อต่ำในการตัดสินใจเท่าที่ควร ขณะที่ ชาลส์ โพลสเซอร์ ผู้ว่าการเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย ยืนยันว่าเฟดต้องยุติแนวทางการขึ้นดอกเบี้ยที่มีการระบุถึงช่วงเวลาอย่างเจาะจง
ทั้งนี้ ธนาคารกลางสหรัฐเฟดดำเนินนโยบายดอกเบี้ยต่ำใกล้ศูนย์มาโดยตลอดหลังจากวิกฤตการเงินโลกปี 2008 โดยให้คำมั่นแก่ชาวสาธารณชนว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยต่ำต่อไปจนกว่าอัตราเงินเฟ้อจะปรับขึ้นและตัวเลขว่างงานลดลง







