
หุ้นได้ดีราคาน้ำมันลด
สถานการณ์ที่ราคาน้ำมันดิบลดลงต่ำกว่าระดับ 60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล นักวิเคราะห์ได้แนะนำให้เลือกหุ้นลงทุนรายตัวที่ได้รับผลดีจากราคาน้ำมันที่ลดลง
สถานการณ์ที่ราคาน้ำมันดิบลดลงต่ำกว่าระดับ 60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล นักวิเคราะห์ได้แนะนำให้เลือกหุ้นลงทุนรายตัวที่ได้รับผลดีจากราคาน้ำมันที่ลดลง
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส แนะนำหุุ้นที่ต้นทุนลดลงโดยมีสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) ต่ำ และเงินปันผลสูง แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้
* หุ้นได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ปรับลดลง : กลุ่มที่ใช้น้ำมันเป็นต้นทุนการผลิต หรือต้นทุนการให้บริการ ที่ชัดเจนที่สุดคือกลุ่มขนส่งทางอากาศและขนทางเรือ โดยในส่วนของกลุ่มขนส่งทางอากาศเด่น คือ บริษัท เอเชียเอวิชั่นส์ (AAV) ผู้ประกอบการสายการบินแอร์เอเชีย ราคาที่เหมาะสม หุ้นละ 6 บาท
ขณะที่กลุ่มขนส่งทางเรือเลือกบริษัท อาร์ ซี แอล (RCL) ราคาที่เหมาะสม 11.80 บาท และบริษัททิปโก้แอสฟัลท์ (TASCO) ราคาที่เหมาะสม80 บาท
ด้าน อาภาภรณ์ แสวงพรรค ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส (ประเทศไทย) แนะนำหุ้นบริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) ที่ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และมีกำไรปี 2558 ฟื้นตัวการลดลงของราคาน้ำมันค้าปลีกในประเทศช่วยกระตุ้นการบริโภค โดยได้ทำการวิเคราะห์จากตัวเลขสมมติฐานจากยอดรถยนต์จดทะเบียนในประเทศไทย ณ สิ้นเดือน ต.ค. 2557 ที่ 35.7 ล้านคัน และให้การประหยัดค่าใช้จ่ายในน้ำมันเชื้อเพลิงรถยนต์ของผู้บริโภคอยู่ที่เดือนละ 200-500 บาทต่อเดือน พบว่า ในระยะ 1 ปี จะประหยัดค่าใช้จ่ายลงได้ 8.6-21.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 0.7-1.8% ของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี)
“เราคาดว่าจำนวนเงินส่วนที่ผู้บริโภคประหยัดได้จะนำไปจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวันเป็นหลัก ซึ่งเป็นบวกกับการบริโภคภายในประเทศ”
ธุรกิจของ CPALL ผ่านจุดที่แย่ไปแล้ว และกำลังฟื้นตัว โดยประเมินว่าผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2557 จะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปีนี้ และในปี 2558 มีอัตราการเติบโตที่ดีขึ้น ทั้งจากยอดขายต่อสาขาเดิม และการขยายสาขาใหม่ของ CPALL และบริษัท สยามแม็คโคร (MAKRO) เพิ่มขึ้น บริษัทมีจุดเด่นเรื่องกระแสเงินสดจากการดำเนินงานแกร่งมาก (รับเป็นเงินสด) และมีการปรับผลิตภัณฑ์ผสมผสาน เพื่อรักษาระดับกำไรที่สูงได้เป็นอย่างดี และแนะนำซื้อ ให้ราคาพื้นฐาน 48 บาท







