
ธปท.ห่วงข้อจำกัดศก.ยุโรป กระทบส่งออกไทยหด
ธปท.ห่วงข้อจำกัดการใช้จ่ายของภาครัฐ การปล่อยกู้ในยุโรป กระทบภาคส่งออกของไทยหดตัว ฉุดการเติบโตในช่วงครึ่งหลังของปีนี้
ธปท.ห่วงข้อจำกัดการใช้จ่ายของภาครัฐ การปล่อยกู้ในยุโรป กระทบภาคส่งออกของไทยหดตัว ฉุดการเติบโตในช่วงครึ่งหลังของปีนี้
นายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากการติดตามข้อมูลเศรษฐกิจโลกและผลกระทบจากปัญหาในยุโรปล่าสุด แม้ว่าขณะนี้จะยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยไม่มาก แต่ขณะนี้ธปท.เริ่มกังวลแล้วว่าปัญหาระดับหนี้สาธารณะสูงในยุโรป อาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกรวมทั้งเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะต่อภาคการส่งออกมากขึ้นกว่าช่วงที่ผ่านมา เพราะการมีหนี้สาธารณะในระดับสูงอาจส่งผลให้ 1.การใช้จ่ายภาคการคลังของกลุ่มประเทศในยุโรปลดทอนลง 2.สถาบันการเงิน ธนาคารพาณิชย์ ในกลุ่มประเทศในยุโรปอาจจำกัดการปล่อยกู้เพิ่มขึ้น จากภาวะดังกล่าว ทำให้การบริโภค การนำเข้าสินค้ามีจำกัด และ 3.มีโอกาสมากขึ้นที่ยุโรปจะลดมาตรการกระตุ้นผ่านนโยบายการคลัง
“จากภาวะดังกล่าว ทำให้เราห่วงว่าการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลกอาจมีข้อจำกัดมากขึ้น จากเดิมที่เราเคยมองไว้เมื่อตอนต้นปีว่าจะฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง แต่จากนี้ไปปัจจัยนี้อาจส่งผลให้เศรษฐกิจโลกชะลอ และมีผลให้เศรษฐกิจเราชะลอตามไปด้วย เพราะเราเป็นประเทศที่พึ่งพาการส่งออก ซึ่งหากเป็นแนวโน้มดังกล่าวการขยายตัวทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังอาจชะลอได้” นายบัณฑิตกล่าว
ทั้งนี้ ข้อมูลการเติบโตของภาคการส่งออกในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมาของปีนี้ยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง ถือว่าได้รับผลกระทบจากปัญหายุโรปไม่มาก เพราะภาคส่งออกได้ประโยชน์จากการขยายตัวในการส่งสินค้าไปที่ประเทศในภูมิภาคเอเชียเพิ่มขึ้นมาชดเชย
นายบัณฑิต ยังเปิดเผยต่อว่า อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทในปัจจุบันแม้ว่าจะแข็งค่าขึ้นจากปีก่อนบ้าง แต่ก็ยังไม่แข็งจนเป็นอุปสรรคต่อผู้ประกอบการและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย เนื่องจากยังเคลื่อนไหวอยู่ในระดับเดียวกับสกุลเงินในภูมิภาคทำให้ยังสามารถแข่งขันได้ และจากการติดตามดูค่าเงินบาทล่าสุดในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมาถือว่าผันผวนไม่มาก เนื่องจากนักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้น ตามทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และเอเชีย ทำให้นักลงทุนเริ่มกลับเข้ามาลงทุนในภูมิภาคนี้บ้างแล้ว







