
‘ลุกซ์’ เสริมทัพขายตรงเจาะบ้าน-คอนโด
“ลุกซ์” ปรับแผนดึงคนทำงานประจำขยายทีมขายตรง พร้อมเจาะโครงการบ้านหรู-คอนโด
“ลุกซ์” ปรับแผนดึงคนทำงานประจำขยายทีมขายตรง พร้อมเจาะโครงการบ้านหรู-คอนโด
นายฮาเกน ปาล์ม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลุกซ์ เอเชียแปซิฟิก และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ลุกซ์ รอยัล (ประเทศไทย) ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า เปิดเผยว่า จะรุกตลาดเอเชียมากขึ้น โดยตั้งเป้าเป็นผู้นำธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าในไทยและอินโดนีเซียใน 3 ปี โดยในไทยปีหน้าจะปรับกลยุทธ์เปิดรับผู้ที่มีงานประจำทำอยู่แล้วมาทำงานขายตรงสินค้าของลุกซ์เป็นอาชีพเสริม จากเดิมมีเพียงพนักงานที่บริษัทจ้างอย่างเดียว โดยที่บริษัทจะมีอบรมผู้ที่สนใจขายให้ ขณะที่ผู้ขายไม่ต้องซื้อสินค้าไปเก็บสต๊อกไว้ให้เกิดความเสี่ยง คาดว่าจะมีผู้สมัคร 80% ของจำนวนพนักงานปัจจุบันที่มีอยู่แล้ว 600-700 คน ซึ่งน่าจะสร้างยอดขายให้ได้ 10-20% ของยอดขายรวม
นอกจากนี้ บริษัทจะเพิ่มกลยุทธ์การจำหน่าย จากที่ขายตรงตามบ้านอย่างเดียวมาเป็นการขายให้กลุ่มลูกค้าองค์กร โครงการอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ด้วย คาดว่าจะสร้างรายได้ 10% ของรายได้รวม ขณะเดียวกันได้รีเฟรชแบรนด์ครั้งใหญ่ จากเดิมมุ่งเน้นการขายอย่างเดียว จะมาให้ความสำคัญกับสาขามากขึ้น เพื่อให้ลูกค้าที่ไปตามสาขาต่างๆ ประทับใจ โดยเตรียมงบปรับปรุงสาขาให้สวยงามไว้ 100 ล้านบาท ในปีหน้าจะปรับปรุง 40 สาขา ที่มีอยู่ให้เสร็จใน 3 ปี และมีแผนเพิ่มอีก 10 สาขา ภายในปี 2560
“ในอนาคตจะใช้อีคอมเมิร์ซ การออกงานแฟร์ รวมทั้งเน้นการบอกต่อของลูกค้าเดิม เพื่อเจาะให้ถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ที่บริษัทยังเข้าไม่ถึง โดยเฉพาะกลุ่มคอนโดมิเนียมและบ้านหรูในเมือง” นายปาล์ม กล่าว
สำหรับผลิตภัณฑ์ที่จำหน่าย เน้นให้สอดคล้องกับแนวโน้มคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ กังวลปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยจะให้น้ำหนักกับกลุ่มเครื่องกรองน้ำสำหรับดื่มมากขึ้น ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 3 รายการ จะวางจำหน่ายเดือน ม.ค.ปีหน้าเป็นต้นไป ราคา 2-5 หมื่บาท ได้แก่ เครื่องกรองน้ำดื่มแบบพกพาไปที่ต่างๆ ได้ เครื่องกรองน้ำดื่มขนาดกะทัดรัดก๊อกเดียว และเครื่องกรองน้ำดื่มแบบทรีอินวัน มีทั้งน้ำอุณหภูมิห้อง น้ำร้อนและน้ำเย็นในเครื่องเดียว คาดว่าเครื่องกรองน้ำดื่มพกพาจะขายดีที่สุด เจาะกลุ่มคนที่พักคอนโดมิเนียมหรือมีบ้านพักหลายหลัง ส่วนผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่เคยมีกระจัดกระจาย ก็จะพุ่งเป้าไปที่การจำหน่ายเครื่องฟอกอากาศ
ทั้งนี้ คาดว่าปีนี้จะมียอดขายรวม 700 ล้านบาท ไม่นับรวมรายได้จากบริการหลังการขายต่างๆ ส่วนปีหน้ายอดขายน่าจะเพิ่ม 20% จากกลยุทธ์รุกตลาดที่วางไว้







