
สั่งปรับรายละเอียดลงทุนรถไฟฟ้าสีแดง
คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ สั่งปรับรายละเอียดลงทุนรถไฟฟ้าสายสีแดงบางซื่อ-รังสิต พร้อมเปิดข้อมูลวิธีการกำหนดราคา
คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ สั่งปรับรายละเอียดลงทุนรถไฟฟ้าสายสีแดงบางซื่อ-รังสิต พร้อมเปิดข้อมูลวิธีการกำหนดราคา
เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. นายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(สศร.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ครั้งที่ 2/2558 ซึ่งมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาและมีมติในหลักการเรื่องแก้ไขแบบรายละเอียดของโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง (ช่วงบางซื่อ – รังสิต) ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เพื่อให้สถานีบางซื่อเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งทางรถไฟแห่งใหม่ของกรุงเทพมหานคร และสามารถรองรับรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่จะวิ่งเข้าสถานีบางซื่อไว้ในคราวเดียวกัน
ทั้งนี้ที่ประชุมได้มีข้อสังเกตให้พิจารณาเพิ่มเติมในการแก้ไขแบบของรถไฟฟ้าสายสีแดงสอดคล้องกับโครงการลงทุนภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พร้อมทั้งให้กระทรวงคมนาคมกำกับดูแลการปรับเพิ่มกรอบวงเงินค่าก่อสร้างให้มีความเหมาะสมและโปร่งใส โดยเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการกำหนดราคาไว้ด้วย
นอกจากนี้ คนร. ได้รับทราบการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจประจำปี 2557 ซึ่งคาดว่าจะสามารถเบิกจ่ายได้รวม 222,156 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 65 จากเป้าหมายที่วงเงิน 342,583 ล้านบาท และรับทราบกรอบงบลงทุนประจำปี 2558 ของรัฐวิสาหกิจจำนวนรวม 373,252 ล้านบาท โดย ณ เดือนพฤศจิกายน 2557 โดยรัฐวิสาหกิจสามารถเบิกจ่ายงบลงทุนได้ 10,126 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 53 จากเป้าหมายที่วงเงิน 19,162 ล้านบาท นอกจากนี้ยังได้นำระบบ PFMS – SOEs ซึ่งเป็นการติดตามในลักษณะรายสัญญาโครงการ มาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสในการติดตามการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจด้วย
นายกุลิศ กล่าวว่า ที่ประชุม คนร. ได้เห็นชอบในหลักการกรอบการดำเนินงานของโครงการโทรคมนาคมของประเทศ โดยให้ภาครัฐคงบทบาทการดำเนินงานด้านโครงสร้างพื้นฐานอินเตอร์เน็ตเกตเวย์ เคเบิ้ลใต้น้ำระหว่างประเทศ และด้านบริการ Fixed Line อินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ และลดบทบาทภาครัฐกลุ่มบทบาทด้าน IDC และ Cloud สำหรับกลุ่มเสาโทรคมนาคมและโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งควรมีการศึกษาความเป็นไปได้เพิ่มเติมอีก โดยให้มีการศึกษากรอบดังกล่าวข้างต้นและนำเสนอในที่ประชุมฯ ในครั้งต่อไป สำหรับแผนแก้ไขปัญหาของ ทีโอที และ กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ควรเพิ่มเติมการลดค่าใช้จ่ายไม่น้อยกว่า 10% ของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และให้กำหนดตัวชี้วัดที่สะท้อนความสำเร็จในการดำเนินงานตามแผนแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วย
พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบเหตุผลและทางเลือกในการปรับปรุงรูปแบบการกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ ตามที่คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบกำกับดูแลและระบบบรรษัทภิบาลของรัฐวิสาหกิจ เสนอ ซึ่งที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบในหลักการให้คณะอนุกรรมการดังกล่าว ศึกษารูปแบบหน่วยงานที่จะกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจให้เป็นลักษณะรวมศูนย์ และนำเสนอที่ประชุมคราวต่อไป
รวมถึงพิจารณาและมีมติเห็นชอบในหลักการให้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ดำเนินโครงการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) ในพื้นที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นโครงการลงทุนนำร่องของระบบ Smart Grid เพื่อปรับใช้กับพื้นที่อื่น ในวงเงินลงทุนรวม 1,069 ล้านบาท โดยใช้แหล่งเงินกู้ในประเทศวงเงิน 800 ล้านบาท และเงินรายได้ของ กฟภ. วงเงิน 269 ล้านบาท และให้ กฟภ. ทยอยกู้เงินตามความจำเป็น
ตอนท้ายของการประชุมฯ ที่ประชุมได้รับทราบข้อเสนอการปฏิรูปการบริหารจัดการรัฐวิสาหกิจไทย ตามที่สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจ เสนอ โดยมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการฯ นำข้อมูลดังกล่าวไปประกอบการพิจารณาเพื่อปฏิรูปรัฐวิสาหกิจต่อไป







