
ต้องรู้! ถ้าคิดทำเอสเอ็มอี
ใครหลายคนในยุคนี้ก็อยากเป็นเจ้าของธุรกิจเล็กๆ ของตนเองด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของร้านเบเกอรี่ ร้านเสื้อผ้า หรือแม้แต่ร้านขายเฟอร์นิเจอร์ แต่แน่นอนว่าสิ่งที่ยากที่สุดที่ทุกคนต้องเผชิญคงหนีไม่พ้น “การเริ่มต้น” นั่นเอง เพราะหากเริ่มต้นได้ไม่ดี โอกาสที่จะล้มเหลวก็จะสูงตามไปด้วย
ใครหลายคนในยุคนี้ก็อยากเป็นเจ้าของธุรกิจเล็กๆ ของตนเองด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของร้านเบเกอรี่ ร้านเสื้อผ้า หรือแม้แต่ร้านขายเฟอร์นิเจอร์ แต่แน่นอนว่าสิ่งที่ยากที่สุดที่ทุกคนต้องเผชิญคงหนีไม่พ้น “การเริ่มต้น” นั่นเอง เพราะหากเริ่มต้นได้ไม่ดี โอกาสที่จะล้มเหลวก็จะสูงตามไปด้วย
อย่างไรก็ดี ความล้มเหลวสามารถป้องกันได้ด้วยการเตรียมตัว ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญสำหรับการเริ่มต้นทำธุรกิจ ยิ่งเตรียมตัวดีเท่าไรก็ยิ่งพร้อมสำหรับการก้าวสู่ความเป็นเจ้าของธุรกิจมากเท่านั้น เว็บไซต์ของสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นบีซีในสหรัฐ จึงได้แนะนำ “5 ขั้นตอนของการเริ่มต้นธุรกิจ” ไว้ดังนี้
1) สำรวจทำเล สถานที่ตั้งเท่ากับเป็นจุดยุทธศาสตร์ในการทำธุรกิจ ชัยภูมิดีย่อมทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จไปมากกว่าครึ่งแล้ว ด้านซีเอ็นบีซีเตือนว่า สถานที่ที่คนพลุกพล่านอาจไม่ใช่จุดที่สามารถจับลูกค้าได้เสมอไป ฉะนั้นผู้ประกอบการหน้าใหม่จำเป็นต้องสำรวจทำเล โดยการรู้จักกลุ่มลูกค้าอย่างถ่องแท้จะช่วยให้การเลือกหน้าร้านทำได้ง่ายขึ้น
2) กำหนดงบประมาณและแผนธุรกิจ เมื่อได้ชัยภูมิที่ต้องการ สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือ การกำหนดแผนธุรกิจให้ชัดเจน โดยอาจกำหนดแผนระยะยาว 3 ปีไปเลย เพื่อที่ผู้ประกอบการจะมองภาพงบประมาณคร่าวๆ ออก ซึ่งงบประมาณต้องครอบคลุมทุกด้านทั้งค่าเช่าสถานที่ ค่าสถานที่เก็บของ ค่าจ้างพนักงาน ฯลฯ นอกจากนี้อย่าลืมที่จะทำงบประมาณเผื่อไว้สำหรับกรณีฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นกับธุรกิจได้ทุกเมื่อด้วยเช่นกัน
3) เตรียมควักกระเป๋า แม้ในปัจจุบันจะมีหลายช่องทางสำหรับการระดมทุนให้แก่ธุรกิจรายย่อย แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าเจ้าของธุรกิจควรเป็นผู้วางเงินในธุรกิจเป็นคนแรก ผู้ปล่อยกู้ส่วนใหญ่ต้องการการประกันว่าธุรกิจจะไปรอด อย่างน้อยเจ้าของธุรกิจก็กล้าพอที่จะลงทุนในธุรกิจของตนเอง ทั้งนี้เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ซบเซาในปัจจุบันทำให้ธนาคารปล่อยกู้ให้ธุรกิจใหม่น้อยลง แต่เจ้าของธุรกิจยุคนี้ก็ยังโชคดีที่มีช่องทางในการหาทุนมากขึ้น เช่น การระดมทุนจากสาธารณะ หรือคราวด์ฟันดิ้ง
4) การตลาดต้องมาก่อน เมื่อก่อนเจ้าของธุรกิจมักจะหมดงบประมาณไปกับการทำการตลาดและการโฆษณา แต่เจ้าของธุรกิจในปัจจุบันโชคดีกว่ามาก เนื่องจากมีโซเชียลมีเดียซึ่งถือเป็นช่องทางการตลาดต้นทุนต่ำแต่มีศักยภาพยอดเยี่ยม กูรูบางรายถึงกับชี้ว่าต้องให้เว็บไซต์ของธุรกิจติดอยู่อันดับ 1 ใน 3 ของกูเกิลให้ได้ถึงจะได้ผลที่สุด
5) หาผู้สนับสนุน “ทำธุรกิจต้องมีพันธมิตร” บางครั้งเจ้าของธุรกิจไม่สามารถผลักดันธุรกิจไปสู่เป้าหมายได้หากปราศจากผู้ช่วย ฉะนั้นการหาพันธมิตรไว้บ้างก็จะช่วยให้หนทางสู่ความสำเร็จง่ายขึ้น อาทิ การมีผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมาย การบัญชี การทำธุรกิจ หรือการเงินไว้ในทีม ก็จะทำให้เจ้าของธุรกิจไม่ต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญๆ โดยไม่มีข้อมูล และทำให้การทำธุรกิจทำได้ง่ายขึ้นจากการมีผู้เชี่ยวชาญหนุนหลัง







