
ไฟลนก้น ขรก.เกษตรฯ เข็นผลงาน เร่งเบิกงบ
16 ธ.ค.ที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบนโยบายดำเนินงานตามนโยบายสำคัญในปี 2558 แก่ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด รวมทั้งหัวหน้าส่วนราชการจากทุกจังหวัด
16 ธ.ค.ที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบนโยบายดำเนินงานตามนโยบายสำคัญในปี 2558 แก่ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด รวมทั้งหัวหน้าส่วนราชการจากทุกจังหวัด
งานนี้ ปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้ชี้แจงถึงสิ่งที่ต้องเร่งทำ คือ 1.แผนปรับโครงสร้างและพัฒนาการผลิต 2.แผนเพิ่มศักยภาพในการดำเนินงานเชิงพาณิชย์ 3.แผนเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ ดิน และที่ดิน และ 4.แผนแก้ไขปัญหาเกษตรกรอย่างยั่งยืน งบการตลาดและหนี้สินเกษตรกร
ปีติพงศ์ กำชับว่า ทุกแผนงานจะมีการบูรณาการงานเข้าด้วยกัน โดยในอนาคต การพัฒนาการเกษตรจะต้องสอดคล้องกับความต้องการใช้ในประเทศและการส่งออก การพัฒนาและแปรรูปสินค้าต้องเชื่อมโยงกับตลาดมากขึ้น
นอกจากนี้ ทุกกรมโดยเฉพาะกรมชลประทานและกรมพัฒนาที่ดิน เร่งเดินหน้าโครงการเพื่อเบิกจ่ายงบประมาณ เพราะขณะนี้รัฐบาลหาเงินมาไว้ให้ แต่เงินกลับไม่ออกไปตามแผน
“งบช่วยเหลือข้าว ยาง และปรับปรุงระบบน้ำของกรมชลประทานทั้งหมด ทุกคนต้องไปเร่งในแต่ละโครงการให้มีการเบิกจ่าย เพราะหากไม่เป็นไปตามแผนจะมีคำถามของรัฐบาลเข้ามากระทรวงเกษตรฯ เราจะเดือดร้อนมาก ให้ขีดเส้นใต้ไว้เลยว่าทั้งผมและท่าน เพราะรัฐบาลต้องการให้งบกระตุ้นเศรษฐกิจ หากไม่เป็นไปตามแผนทุกอย่างจะมารุมที่เรา รวมถึงการปรับปรุงระบบข้อมูลของกระทรวงเกษตรฯ ให้เป็นฐานข้อมูลที่ชัดเจนและสามารถอ้างอิงได้” ปีติพงศ์ กล่าว
สำหรับการปรับโครงสร้างการผลิตสินค้าเกษตรจะต้องให้ชัดเจน ทั้งด้านพื้นที่ และปริมาณผลผลิต
ขณะที่ อำนวย ปะติเส รมช.เกษตรฯ ระบุว่า การทำงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรต้องจบที่ระดับจังหวัด ที่จะต้องมีวอร์รูมขึ้นมา ขอให้ทุกจังหวัดมีฐานข้อมูลเกษตรของตัวเอง ข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรต่อไปต้องเป็นเชิงรุก และมองภาพข้างหน้าได้เพื่อวางแผนรับมืออย่างน้อยต้อง 3 เดือนก่อนฤดูกาลผลิตที่จะถึงของแต่ละพืช
ด้าน เลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ขณะนี้งานจ้างเกษตรกรขุดลอกและซ่อมแซมระบบชลประทานวันละ 300 บาท จำนวน 3 หมื่นแรง ด้วยงบประมาณ 4,000 กว่าล้านบาท มีเกษตรกรมาขึ้นทะเบียนแล้ว 2 หมื่นแรง คาดว่าทั้งหมดจะมีการเบิกจ่ายได้หมดภายในวันที่ 30 เม.ย. 2558 ซึ่่งได้เสนอขอเลื่่อนระยะเวลาออกไป
โอฬาร พิทักษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ปัจจุบันกรมได้เร่งขึ้นทะเบียนเกษตรกร ซึ่งกรณีข้าวที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการทุจริต ได้ตั้งคณะทำงานร่วมกันเพื่อชี้แจงระบบการขึ้นทะเบียน โดยผลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ณ วันที่ 15 ธ.ค. 2557 มี 3.704 ล้านครัวเรือน ซึ่งได้ส่งข้อมูลให้คณะกรรมการทำงานตรวจสอบสิทธิระดับตำบลตรวจแล้ว 3.562 ล้านครัวเรือน คณะกรรมการบริหารมาตรการระดับอำเภอ รับรองสิทธิแล้ว 3.48 ล้านครัวเรือน ส่งให้ ธ.ก.ส.แล้ว 3.4 ล้านครัวเรือน
ปัจจุบัน ธ.ก.ส.จ่ายเงินไปแล้ว 2.5 ล้านครัวเรือน เป็นเงิน 2.9 หมื่นล้านบาท
ปฏิบัติการหวดก้นการทำงานข้าราชการในกระทรวงเกษตรฯ น่าจับตาเป็นอย่างยิ่ง







