
ปลื้มสินค้าไทย
จากที่ต้องต่อสู้กับสินค้าจีนที่ไหลทะลักเข้ามาในตลาดท้องถิ่นเป็นเวลาหลายปี ตอนนี้ธุรกิจเวียดนามกำลังเผชิญกับความเสี่ยงครั้งใหม่ว่าจะสูญเสียส่วนแบ่งตลาดให้กับบริษัทไทย
จากที่ต้องต่อสู้กับสินค้าจีนที่ไหลทะลักเข้ามาในตลาดท้องถิ่นเป็นเวลาหลายปี ตอนนี้ธุรกิจเวียดนามกำลังเผชิญกับความเสี่ยงครั้งใหม่ว่าจะสูญเสียส่วนแบ่งตลาดให้กับบริษัทไทย
หญิงเจ้าของร้านโชห่วยเล็กๆ ในกรุงฮานอยรายหนึ่ง ที่ขายของใช้ประจำวันอย่างยาสีฟัน แปรงสีฟัน ยาสระผม สบู่ รองเท้า ที่ผลิตจากเมืองไทย บอกกับเว็บไซต์เวียดนามเน็ตว่า ร้านมีรายได้ประมาณเดือนละ 150 ล้านด่อง หรือประมาณ 2.3 แสนบาท พร้อมอธิบายว่า สินค้าไทยได้เข้ามาตีตลาดเวียดนามอย่างเงียบๆ แต่ได้กลายเป็นสินค้ายอดนิยมของครัวเรือนเวียดนามไปแล้ว
ด้าน วูฮวงนาม ข้าราชการเกษียณคนหนึ่งบอกว่า เขากำลังจะเปิดร้านสะดวกซื้อที่เน้นขายสินค้าไทยโดยเฉพาะ เพราะเชื่อว่าสินค้าจีนที่ด้อยคุณภาพจะหลุดออกจากตลาดเวียดนาม และสินค้าไทยจะเข้ามาแทนที่
ผู้เชี่ยวชาญด้านแบรนด์วิเคราะห์ว่า สินค้าไทยสามารถชนะใจชาวเวียดนามได้ง่ายดาย เนื่องจากคุณภาพสูงและมีราคาสมเหตุสมผล ทั้งคนจนคนรวยก็ซื้อหามาใช้ได้ ทำให้เห็นสินค้าไทยวางจำหน่ายอยู่ทั้งในร้านค้าข้างถนน เรื่อยไปจนถึงซูเปอร์มาร์เก็ต
สอดคล้องกับข้อมูลจากกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมเวียดนามที่ระบุว่า ปัจจุบันเวียดนามนำเข้าสินค้าไทยมูลค่ารวมมากเป็นอันดับสอง รองจากสินค้าจีน โดยเสื้อผ้าและสินค้าอุปโภคบริโภคไทยมีวางขายในตลาด 9,000 แห่งทั่วประเทศ ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องทำความเย็นก็มีส่วนแบ่งตลาดมากถึง 70% ผลไม้ไทยมีส่วนแบ่ง 40% ทั้งๆ ที่เวียดนามมีข้อได้เปรียบเรื่องผลไม้เมืองร้อนเหมือนกัน
ถึงตอนนี้ แม้ผู้ประกอบการเวียดนามจะรู้ถึงแรงคุกคามจากสินค้าไทย แต่ยังไม่รู้ว่าจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร อีกทั้งยอมรับว่าสินค้าเวียดนามมีขีดความสามารถแข่งขันด้อยกว่าสินค้าไทย
เพราะไทยมีประสบการณ์ด้านผลิตสินค้าผู้บริโภคมานาน ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากต่างชาติ และสามารถคุมแหล่งวัตถุดิบได้







