posttoday
เมย์แบงก์ชี้หุ้นโลกดิ่ง แนะทยอยซื้ออีทีเอฟ

เมย์แบงก์ชี้หุ้นโลกดิ่ง แนะทยอยซื้ออีทีเอฟ

16 ธันวาคม 2557

บลจ.เมย์แบงก์ แนะทยอยซื้อหุ้นนอกผ่านอีทีเอฟ หลังทั่วโลกดิ่ง มองน้ำมันวูบหนุนกำไร บจ.ดี

บลจ.เมย์แบงก์ แนะทยอยซื้อหุ้นนอกผ่านอีทีเอฟ หลังทั่วโลกดิ่ง มองน้ำมันวูบหนุนกำไร บจ.ดี

นายตรีพล ภูมิวสนะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดหุ้นโลกยังมีความผันผวนอยู่มากและจะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ดังนั้นการกระจายความเสี่ยงจะสำคัญมากขึ้น บริษัทจึงนำเสนอกองทุนอีทีเอฟ 4 กอง อ้างอิงหุ้นต่างประเทศ ได้แก่ หุ้นสหรัฐ (MUS) หุ้นยุโรป (MEU) หุ้นญี่ปุ่น (MJP) และหุ้นตลาดเกิดใหม่ (MEM) จัดสรรในพอร์ตการลงทุน

“จากข้อมูลย้อนหลัง 3 ปี ณ พ.ย. 2557 พบว่าหากกระจายความเสี่ยงของพอร์ตลงทุนโดยแบ่งลงทุนในหุ้นไทย สหรัฐ ยุโรป ญี่ปุ่น และตลาดเกิดใหม่ในสัดส่วนเท่าๆ กัน จะลดความเสี่ยงของผลตอบแทนได้ถึง 60% และต้นทุนถูกกว่าการลงทุนต่างประเทศในปัจจุบัน” นายตรีพล กล่าว

นอกจากนี้ หากมองด้านผลตอบแทนของอีทีเอฟทั้ง 4 กองทุนในรูปเงินบาท พบว่าอีทีเอฟที่ลงทุนในหุ้นสหรัฐให้ผลตอบแทน 20.8% ยุโรป 12.5% ญี่ปุ่น 10.7% และตลาดเกิดใหม่อยู่ที่ 4.8% ซึ่งเชื่อว่าผลตอบแทนในระยะยาวของทั้ง 4 กองทุนยังอยู่ในเกณฑ์ดี ดังนั้นราคาหน่วยลงทุนของกองทุนอีทีเอฟที่เข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในวันที่ 15 ธ.ค. เป็นวันแรกที่ปรับตัวลดลงต่ำกว่าราคาขาย 10 บาท/หน่วย เป็นโอกาสในการลงทุน

สำหรับราคาหน่วย MUS ปิดที่ 9.75 บาท -0.25 บาท หรือ -2.50%  MEU ปิด 9.70 บาท -0.30 บาท หรือ -3% MJP ปิด 9.65 บาท -0.35 บาท หรือ -3.50% และ MEM ปิด 9.59 บาท -0.41 บาท หรือ -4.10%

“ผลการเสนอขายครั้งแรกของอีทีเอฟทั้ง 4 กอง ได้รับความสนใจจากนักลงทุนสถาบันและรายย่อยจองซื้อมูลค่ารวม 245 ล้านบาท แบ่งเป็นกองละประมาณ 60 ล้านบาท โดยตลาดหลักทรัพย์ก็เข้าร่วมลงทุนด้วย” นายตรีพล กล่าว

สำหรับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวลงมานั้นต้องจับตาดูว่าจะกระตุ้นการบริโภคของโลกได้มากน้อยแค่ไหน และจะช่วยให้เศรษฐกิจโลกในปีหน้าดีกว่าคาดการณ์ได้มากน้อยเพียงใด

“หากราคาน้ำมันลงมามาก ยิ่งส่งผลดีต่อกำไรบริษัทจดทะเบียน ซึ่งในปีหน้าอาจมีเซอร์ไพรส์ก็ได้ หากราคาน้ำมันดีดขึ้นมาอยู่แถว 65-70 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล แต่หุ้นสหรัฐขึ้นมามากอาจน่าสนใจน้อยกว่าตลาดอื่นๆ” นายตรีพล กล่าว

นายตรีพล กล่าวว่า ในส่วนตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวลงมา แนะนำให้ทยอยเก็บหุ้น เนื่องจากสถานการณ์แบบนี้จับจังหวะตลาดยาก โดยบริษัทยังคงเป้าหมายดัชนีสิ้นปีนี้ที่ 1,550 จุด และปี 2558 ในช่วงกลางปีมีโอกาสที่ดัชนีจะแตะ 1,650 จุด เนื่องจากคาดว่ากำไรบริษัทจดทะเบียนจะเติบโต 14%

“ปลายปีหน้าดัชนีจะไปต่อหรือไม่ยังคาดยาก เพราะมองตลาดในปี 2559 ไม่ออกว่าจะไปในทิศทางใด เพราะปี 2557 แนวโน้มกำไรเติบโตดีและมีสตอรี่หนุนตลาด” นายตรีพล กล่าว

นอกจากนี้ มองว่าหากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นดอกเบี้ย เงินคงไม่ไหลกลับสหรัฐรวดเร็ว เพราะตลาดรับรู้ข่าวแล้ว แต่เงินน่าจะหาตลาดที่ให้ผลตอบแทนสูง ส่วนดอกเบี้ยนโยบายของไทยมีโอกาสลงมากกว่าขึ้น

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ