
ฟื้นฮั้วข้าว
ในเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา สถานการณ์ราคาข้าวของประเทศผู้ปลูกข้าวในเอเชีย เช่น ไทย อินเดีย เวียดนาม และพม่า ยังคงปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากเดือน ต.ค. และมีแนวโน้มลดลงอีกในเดือน ธ.ค. เพราะผลผลิตข้าวที่เพิ่มขึ้น และตลาดค้าข้าวมีการแข่งขันดุเดือดขึ้น โดยเฉพาะจากไทย เวียดนาม และปากีสถาน ในขณะที่ประเทศผู้ซื้อข้าวมีความต้องการนำเข้าข้าวลดลงในช่วงที่ผ่านมา
ในเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา สถานการณ์ราคาข้าวของประเทศผู้ปลูกข้าวในเอเชีย เช่น ไทย อินเดีย เวียดนาม และพม่า ยังคงปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากเดือน ต.ค. และมีแนวโน้มลดลงอีกในเดือน ธ.ค. เพราะผลผลิตข้าวที่เพิ่มขึ้น และตลาดค้าข้าวมีการแข่งขันดุเดือดขึ้น โดยเฉพาะจากไทย เวียดนาม และปากีสถาน ในขณะที่ประเทศผู้ซื้อข้าวมีความต้องการนำเข้าข้าวลดลงในช่วงที่ผ่านมา
จากข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 12 ธ.ค. พบว่าราคาข้าวขาว 5% ของไทยซื้อขายกันที่ 405 เหรียญสหรัฐ/ตัน ลดลง 5 เหรียญสหรัฐ/ตัน จากช่วงสิ้นเดือน พ.ย. ข้าวขาว 5% อินเดียอยู่ที่ 400 เหรียญสหรัฐ/ตัน ลดลง 15 เหรียญสหรัฐ/ตัน จากเดือน พ.ย. ข้าวขาว 5% เวียดนามอยู่ที่ 390 เหรียญสหรัฐ/ตัน ลดลง 45 เหรียญสหรัฐ/ตัน จากเดือน พ.ย. และข้าวขาว 5% ปากีสถานอยู่ที่ 375 เหรียญสหรัฐ/ตัน หรือลดลง 25 เหรียญสหรัฐ/ตัน จากเดือนก่อน
เช่นเดียวกับราคาข้าวภายในประเทศผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ของโลกที่ปรับลดลง อาทิ ฟิลิปปินส์ที่ราคาข้าวลดลงติดต่อกัน 3 เดือน หรือตั้งแต่เดือน ก.ย.-พ.ย. ซึ่งเป็นผลจากผลผลิตข้าวในประเทศที่ออกสู่ตลาดมากขึ้น ส่วนราคาข้าวในจีนและอินโดนีเซียอยู่ในระดับที่ทรงตัว เพราะก่อนหน้านี้ได้นำเข้าข้าวเป็นจำนวนมาก ขณะที่ราคาข้าวในตลาดข้าวแอฟริกาก็มีแนวโน้มอ่อนตัวเช่นกัน
จากสถานการณ์ดังกล่าว อภิรดี ตันตราภรณ์ รมช.พาณิชย์ ระบุว่า เร็วๆ นี้กระทรวงพาณิชย์จะหารือกับกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของเวียดนามเพื่อฟื้นความร่วมมือด้านการค้าข้าวโลก หลังจากไม่มีการหารือกันมาเป็นเวลานาน โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการแข่งขันขายข้าวด้วยการตัดราคาแย่งตลาดกันเอง และในปีหน้าไทยจะหารือกับกัมพูชา พม่า และลาวด้วย ซึ่งถือเป็นความร่วมมือของผู้ส่งออกข้าว 50% ของปริมาณการค้าข้าวโลกที่มี 40 ล้านตัน/ปี
“หากร่วมกันจริงจัง เชื่อว่าจะช่วยให้ราคาข้าวโลกถูกกำหนดโดยประเทศผู้ผลิตและผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่อย่างแท้จริง”







