posttoday
พยุง ‘ยาง’ ไร้ผล จับตาม็อบชาวสวนบุกกรุง

พยุง ‘ยาง’ ไร้ผล จับตาม็อบชาวสวนบุกกรุง

15 ธันวาคม 2557

โดย...สิทธิณี ห่วงนาค

โดย...สิทธิณี ห่วงนาค

สถานการณ์ราคายางพาราตกต่ำลงอย่างหนักในขณะนี้ สร้างความเดือดร้อนให้เกษตรกรผู้ปลูกยางอย่างสาหัส เพราะจากต้นปี 2557 ราคายางแผ่นดิบที่เคยอยู่ที่ 70 บาท/กิโลกรัม และน้ำยางสด (ณ โรงงาน) อยู่ที่ 65-67 บาท/กิโลกรัม แต่ล่าสุด ณ วันที่ 12 ธ.ค. ราคายางแผ่นดิบอยู่ที่ 41 บาท/กิโลกรัม และน้ำยางสด 37 บาท/กิโลกรัม หรือลดลดมากกว่า 50% เลยทีเดียว

ในขณะที่มาตรการพยุงราคายางของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่อนุมัติเมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2557 ภายใต้กรอบวงเงิน 4 หมื่นล้านบาท เช่น การตั้งกองทุนซื้อยาง 2 หมื่นล้านบาท เพื่อซื้อยางนำตลาดที่ 60 บาท/กิโลกรัม การปล่อยกู้ให้สถาบันเกษตรกรรวบรวมยาง 5,000 ล้านบาท การปล่อยสินเชื่อให้ผู้ประกอบการปรับปรุงเครื่องจักรและซื้อยางไปแปรรูป 1.5 หมื่นล้านบาท ไม่สามารถพยุงราคายางให้อยู่ในระดับเป้าหมายที่วางไว้

เช่นเดียวกัน การบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าให้แก่ชาวสวนยาง โดยการช่วยเหลือปัจจัยการผลิต 1,000 บาท/ไร่ ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท/ราย วงเงิน 8,500 ล้านบาท ซึ่งล่าสุดพบว่ามีการจ่ายเงินไปเพียง 4,000 ครัวเรือน เป็นเงิน 39 ล้านบาท จากครัวเรือนที่มีสิทธิ 8.5 แสนครัวเรือน

จึงอาจสรุปได้ว่ามาตรการพยุงราคายางและช่วยเหลือชาวสวนยางในระยะสั้นของรัฐบาลไม่สามารถบรรเทาความเดือดร้อนให้ชาวสวนยางได้แม้แต่น้อย โดยรัฐบาลยืนยันว่าจะยังไม่มีมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมออกมาในเร็วๆ นี้

อำนวย ปะติเส รมช.เกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ว่า รัฐบาลไม่สามารถรับข้อเสนอของชาวสวนยางที่ให้รัฐบาลจ่ายส่วนต่างหรือรับซื้อยางในราคา 80 บาท/กิโลกรัม ตามข้อเสนอของชาวสวนยางได้ เพราะเคยมีบทเรียนมาแล้วจากการซื้อยางบิดเบือนกลไกตลาดที่สำคัญจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ตกต่ำ โดยเฉพาะความต้องการซื้อยางของกลุ่มประเทศผู้ใช้ยางที่ลดลง ทำให้การใช้เงินมหาศาลเข้าไปแทรกแซงตลาดเป็นเรื่องที่ลำบาก

“ทุกมาตรการจะต้องเป็นไปตามกลไกตลาด และรัฐจะเพิ่มตัวเล่นในตลาด โดยสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนให้กับสถาบันเกษตรกร และสนับสนุนภาคเอกชนแปรรูปยางพาราตามมาตรการกระตุ้นราคายางพาราของรัฐ ซึ่งเมื่อมีการขับเคลื่อนเต็มรูปแบบก็คาดว่าราคาในตลาดจะไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ขั้นต่ำ 60 บาท/กิโลกรัมได้” อำนวย บอก

พร้อมกันนั้น รัฐบาลยังส่งเสริมให้มีการแปรรูปยางพาราเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ภายในประเทศไห้ได้ 20% จากผลผลิตยาง 4 ล้านตัน/ปี จากปัจจุบันที่มีการแปรรูปยางในประเทศเพียง 14% ผ่านมาตรการให้สนับสนุนสินเชื่อต่างๆ 2.5 หมื่นล้านบาท โดยเฉพาะการปล่อยกู้ให้เอกชนซื้อยางไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ปลายน้ำ ตลอดจนพัฒนาตลาดยางพาราไทยให้เป็นตลาดสำคัญซื้อขายยางระหว่างประเทศ โดยเป้าหมายซื้อขายในตลาด 4 แสนตัน หรือ 10% ของยางที่ส่งออกของไทย ซึ่งจะทำให้ราคายางในประเทศมีเสถียรภาพ

เช่นเดียวกับ ปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรฯ ที่ระบุว่า หากมาตรการต่างๆ ดำเนินการได้อย่างรวดเร็วจะทำให้สัญญาณทางการตลาดดีขึ้นมาก โดยเฉพาะในช่วงเดือน มี.ค.น่าจะมีปัจจัยที่ทำให้ราคายางปรับสูงขึ้นไปอีก เพราะขณะนี้ได้มีการหารือกันระหว่างสำนักงานส่งเสริมการลงทุนของไทยและจีน เพื่อให้นักลงทุนจีนเข้ามาลงทุนอุตสาหกรรมแปรรูปยางพาราในไทยเพิ่มขึ้น

แต่ทว่าสิ่งที่รัฐบาลและกระทรวงเกษตรฯ ตั้งความหวังไว้อาจไม่เป็นเช่นนั้น เนื่องจากขณะนี้กลไกซื้อขายยางในประเทศมีความไม่สมบูรณ์

“จากการตรวจสอบเชิงลึกพบว่าสาเหตุที่ราคายางยังดิ่งเหวไม่หยุด และไม่มีท่าทีกระเตื้องขึ้นนั้น มาจากการที่เอกชนที่ผูกขาดการซื้อยางพารารายใหญ่ ไม่เข้ามารับซื้อยางในตลาด โดยหวังว่าจะสามารถกดราคาซื้อยางได้ต่ำกว่านี้อีก ดังนั้นไม่ว่ารัฐบาลจะนำเงินจากกองทุนรักษาเสถียรภาพราคายางล็อตแรก 6,000 ล้านบาท ไปซื้อยางนำตลาดก็ไม่สามารถดึงราคายางขึ้นมาได้” แหล่งข่าวระดับสูงจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ข้อมูล

จากราคายางที่ตกต่ำต่อเนื่องจะทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของม็อบชาวสวนยางอีกหลายระลอก โดยเฉพาะหลังพ้นเทศกาลปีใหม่ไปแล้ว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท