posttoday
ส่งออกหม้อแปลง ตอบโจทย์ใช้ไฟฟ้าพุ่ง

ส่งออกหม้อแปลง ตอบโจทย์ใช้ไฟฟ้าพุ่ง

15 ธันวาคม 2557

อุตสาหกรรมผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าของประเทศไทยอยู่ในแถวหน้าของอาเซียน ด้วยผู้ผลิตที่มีคุณภาพกว่า 30 ราย

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

อุตสาหกรรมผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าของประเทศไทยอยู่ในแถวหน้าของอาเซียน ด้วยผู้ผลิตที่มีคุณภาพกว่า 30 ราย สามารถส่งออกสินค้าป้อนตลาดอาเซียนที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

ดนุชา น้อยใจบุญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม กล่าวว่า บริษัทขยายตลาดในอาเซียนมานานกว่า 15 ปี โดยส่งสินค้าไปจำหน่ายในพม่า มาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไน ลาว และกัมพูชา ซึ่งเป็นตลาดที่มีการเติบโตดีมาก ปัจจุบันมีมูลค่าการส่งออกประมาณ 200 ล้านบาท ขยายตัวจากเมื่อ 2 ปีก่อนที่มีมูลค่าประมาณ 50 ล้านบาท

ยอดขายที่เติบโตเป็นผลจากเศรษฐกิจของประเทศกลุ่มอาเซียนขยายตัวดีขึ้น การใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ทำให้ความต้องการหม้อแปลงไฟฟ้าเติบโตตามไปด้วย ทั้งนี้แต่ละประเทศไม่สามารถผลิตสินค้าได้เพียงพอต่อความต้องการ หรือบางประเทศไม่มีการผลิตหม้อแปลง จึงต้องนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ของบริษัทคือการไฟฟ้าของแต่ละประเทศและภาคเอกชน

ดนุชาได้แจกแจงตลาดในแต่ละประเทศว่า พม่ายังใช้ไฟฟ้าน้อยมากหากเทียบกับไทย แต่แนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัทจึงเข้าไปเปิดตลาดที่นี่ ขณะที่ในมาเลเซียการผลิตหม้อแปลงในประเทศไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องนำเข้าหม้อแปลงจากต่างประเทศเพิ่มเติม

ส่วนบรูไนต้องการสินค้าที่มีคุณภาพ บริษัทเริ่มจากขายสินค้าให้กับการไฟฟ้าของบรูไน ซึ่งทางบรูไนส่งคนเข้ามาดูโรงงาน ตรวจสอบคุณภาพสินค้า ก่อนที่จะตกลงซื้อสินค้าของบริษัท เมื่อได้ภาครัฐเป็นลูกค้าแล้ว ก็มีลูกค้าเอกชนตามมาซื้อสินค้า

“การทำตลาดแต่ละประเทศจะมีความแตกต่างกันไป เช่น ในบางประเทศจะเข้าไปประมูลโครงการ แต่บางประเทศจะเข้าไปเจรจาเพื่อจำหน่ายสินค้าให้กับหน่วยงานภาครัฐ แต่สิ่งที่สำคัญที่เหมือนกันคือบริษัทจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ ทำให้ลูกค้ายอมรับในตัวสินค้าและตราสินค้า เมื่อเกิดความเชื่อมั่นลูกค้าก็จะซื้อสินค้าของทางบริษัท” ดนุชา อธิบาย

ขณะเดียวกัน บริษัทจะเปิดตลาดส่วนใหญ่ด้วยตัวเอง เนื่องจากต้องติดต่อกับการไฟฟ้า หรือเข้าไปประมูลโครงการ ต้องหารือกันเรื่องลักษณะสินค้า เช่น ระบบไฟฟ้าแตกต่างกัน มาตรฐานของแต่ละประเทศ ซึ่งจะส่งผู้เชี่ยวชาญไปเจรจากับลูกค้า เพื่อผลิตสินค้าตามความต้องการของลูกค้า

“ธุรกิจผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าของไทยมีความแข็งแกร่งมาก มีโรงงานจำนวนมาก และสามารถผลิตได้ทุกรูปแบบ สินค้าได้มาตรฐานระดับสากล ทำให้เราสามารถส่งสินค้าไปจำหน่ายในต่างประเทศได้ดี”

ด้านการแข่งขัน ดนุชา กล่าวว่า ตลาดอาเซียนมีคู่แข่งเป็นจำนวนมาก ทั้งผู้ผลิตจากประเทศนอกกลุ่มอาเซียน บริษัทไทย และผู้ผลิตท้องถิ่น ซึ่งบริษัทเน้นแข่งขันด้านคุณภาพ ขณะที่ราคาก็ต้องอยู่ในระดับที่แข่งขันได้ พร้อมทั้งต้องศึกษาเรื่องภาษีและปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์

นับถึงตอนนี้ บริษัทยังไม่ได้ทำตลาดในอินโดนีเซียและเวียดนาม เนื่องจากอินโดนีเซียมีผู้ผลิตท้องถิ่นจำนวนมาก อีกทั้งการผลิตหม้อแปลงในไทยยังไม่ได้รับการส่งเสริมเท่าที่ควร ต้องเสียภาษีนำเข้าเหล็กที่เป็นวัตถุดิบในการผลิต ทำให้หากส่งไปจำหน่ายในอินโดนีเซียจะแข่งขันได้ยาก ขณะที่เวียดนามระบบการเงินยังไม่ดี และมีการปกป้องการผลิตในประเทศ

อย่างไรก็ตาม ดนุชา เชื่อว่า การรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนจะส่งผลดีต่อธุรกิจหม้อแปลงไทยแน่นอน เพราะจะเป็นโอกาสขยายตลาดต่างประเทศได้มากขึ้น แต่ผู้ผลิตต่างชาติเข้ามาเจาะตลาดไทยได้ยาก เพราะไทยมีผู้ผลิตในประเทศจำนวนมาก และหม้อแปลงเป็นอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง ทำให้สินค้าต่างประเทศเข้ามาแข่งขันลำบาก

ปัจจุบันบริษัทมียอดการผลิตปีละ 3 ล้านเควีเอ ซึ่งเต็มกำลังการผลิตที่บริษัทมีอยู่ โดยตอนนี้ยังไม่มีแผนขยายกำลังการผลิต สำหรับปีนี้คาดว่ายอดขายในประเทศจะไม่ได้เติบโตมากนักจากปีที่แล้ว ส่วนในปี 2558 คาดว่ายอดขายในประเทศจะเติบโต 7-10% จากระดับ 1,700-1,800 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท