
กลุ่มยานยนต์ มีความหวังปีหน้า
ผลการดำเนินงานของผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ในปีนี้คาดว่าจะทรุดตามกำลังซื้อผู้บริโภคในประเทศที่ฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด และการส่งออกรถยนต์ที่เริ่มชะลอตัว ทำให้ผู้ประกอบการชิ้นส่วนยานยนต์ดิ้นปรับตัวให้อยู่รอด รอผลการดำเนินงานฟื้นในปีหน้าตามยอดผลิตรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น
ผลการดำเนินงานของผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ในปีนี้คาดว่าจะทรุดตามกำลังซื้อผู้บริโภคในประเทศที่ฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด และการส่งออกรถยนต์ที่เริ่มชะลอตัว ทำให้ผู้ประกอบการชิ้นส่วนยานยนต์ดิ้นปรับตัวให้อยู่รอด รอผลการดำเนินงานฟื้นในปีหน้าตามยอดผลิตรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น
นภัสร กิตะพาณิชย์ รองกรรมการผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี (SAT) ให้ข้อมูลนักลงทุนว่า บริษัทอยู่ระหว่างการทบทวนแผนการไปลงทุนในต่างประเทศอีกครั้ง หลังจากได้ชะลอแผนไปก่อนหน้านี้เนื่องจากอุตสาหกรรมรถยนต์มีการชะลอตัว
ทั้งนี้ ศักยภาพของ SAT ควรจะมีฐานการผลิตในต่างประเทศได้แล้ว การเติบโตในประเทศเริ่มอิ่มตัว การไปลงทุนในต่างประเทศจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตให้กับบริษัทในอนาคต โดยคาดหวังว่าสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศจะเพิ่มเป็น 10% ได้ภายใน 5 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันเพียง 3-4% ของรายได้รวม
ขณะนี้บริษัทอยู่ในระหว่างการเจรจากับผู้ประกอบการในต่างประเทศ เพื่อจัดตั้งบริษัทร่วมลงทุน โดย SAT กำหนดเงื่อนไขขอเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ หรือถือหุ้นในสัดส่วนไม่น้อยกว่า 50% ซึ่งคาดว่าน่าจะได้ข้อสรุปในต้นปี 2558 โดยในเบื้องต้นของการทำงานจะเป็นรูปแบบของการส่งออกสินค้าเพื่อไปจำหน่าย และในอนาคตเมื่อมีขนาดความต้องการในระดับสูงมากเพียงพอจะพิจารณาเรื่องการจัดตั้งโรงงาน
SAT คาดว่ารายได้ของบริษัทในปีนี้จะลดลง 10% จากปี 2556 ที่มีรายได้ 9,346 ล้านบาท ลดลงน้อยกว่าอุตสาหกรรมรถยนต์ที่ยอดการผลิตหดตัว 20%
สำหรับรายได้ในปี 2558 ตั้งเป้าหมายว่าจะมีการเติบโต 10% หรือรายได้กลับไปที่ระดับเดียวกับปี 2556 ภายใต้อัตราการใช้กำลังการผลิตในปี 2558 จะเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 85% จากปีนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 78-80% อัตรากำไรขั้นต้น และอัตรากำไรสุทธิน่าจะอยู่ที่ 17-18% และ 8-9% ตามลำดับ เพิ่มขึ้นอีก 1% จากปี 2557 โดยจะใช้เงินลงทุนประมาณ 700 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงเครื่องจักรและขยายกำลังการผลิต
เย็บ ซู ชวน ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาปิโก ไฮเทค (AH) กล่าวว่า แนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปี 2558 จะฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยยอดผลิตรถยนต์ในประเทศจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.1-2.2 ล้านคัน จากปีนี้ที่น่าจะมียอดการผลิตรถยนต์ที่ 2 ล้านคัน ส่งผลให้บริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ที่ 10%
ขณะที่รายได้รวมปี 2557 คาดว่าจะต่ำกว่าปีที่แล้วที่มีรายได้รวม 1.72 หมื่นล้านบาท โดยทั้งปี 2557 จะมีรายได้ 1.5 หมื่นล้านบาท เนื่องจากภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ชะลอตัวต่อเนื่องมาตลอดทั้งปี จากงวด 9 เดือนแรกปี 2557 ที่มีรายได้รวม 1.17 หมื่นล้านบาท
ปี 2558 บริษัทวางแผนการลงทุนครั้งใหญ่ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมรถยนต์ที่คาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวและเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง และการขยายตัวของรถอีโคคาร์ที่จะเข้ามาช่วยให้บริษัทฟื้นตัวได้ค่อนข้างดีในอนาคต ทั้งนี้งบลงทุนในปี 2558 จะสูงกว่างบลงทุนปกติที่ในปี 2557 ตั้งงบไว้ที่ 450 ล้านบาท เพราะจะมีการลงทุนขนาดใหญ่
“ปี 2558 ถ้ามีโอกาสก็จะลงทุนเพิ่มในไทยต่อเนื่อง เพราะเชื่อว่าอุตสาหกรรมรถยนต์ในไทยยังไปได้ดี ถ้ามีการลงทุนขนาดใหญ่คงจะกระทบผลกำไรบริษัทบ้าง เพราะคงจะใช้เวลา 2 ปีกว่าจะเห็นรายได้และกำไร ซึ่ง 2 ปีแรกของการลงทุนจะเห็นคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น 50% และอีก 3-4 ปี ก็จะสามารถมีคำสั่งซื้อครอบคลุมค่าใช้จ่าย”
ขณะเดียวกัน บริษัทมีแผนรองรับคำสั่งซื้อจากโครงการอีโคคาร์เฟส 2 ซึ่งมีค่ายรถยนต์อีก 5 ค่ายที่เพิ่มเข้ามาจากเฟสแรก ซึ่งบริษัทคาดว่าจะได้งานจากค่ายผลิตรถยนต์มาสด้าและฟอร์ด ซึ่งคาดการณ์ว่าค่ายจีเอ็มจะเป็นผู้ผลิตรายต่อไป ปัจจุบันบริษัทผลิตชิ้นส่วนให้หลายค่าย เช่น นิสสัน มีอัตราการใช้กำลังการผลิต 70% และในปี 2558 จะเพิ่มอีก 10%
เย็บ ซู ชวน กล่าวว่า บริษัทยังมองหาโอกาสการลงทุนในต่างประเทศเพิ่มเติมทั้งการหาพันธมิตรและขยายตลาด เช่น การเจรจาผู้ร่วมทุนในประเทศอินเดีย เนื่องจากมองว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเข้าไปลงทุน และเป็นตลาดใหม่ที่สำคัญ ทั้งอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์เพิ่ม เพื่อเพิ่มโอกาสในการขยายตัวของบริษัท และแผนระยะยาวจะมีการขยายไปยังตลาดญี่ปุ่น สหรัฐ และยุโรปเพิ่มด้วย







