
‘สนั่น’ศรีไทยฯลั่น 6 ปีโกย 2 หมื่นล้าน
แม้ว่าปัจจัยลบทางเศรษฐกิจและปัญหาการเมืองในประเทศ จะกระทบกับผู้ประกอบการและกำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง แต่การพลิกเกม ลุยขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะเอเชียและอาเซียนนั้น ถือเป็นโอกาสครั้งใหญ่ที่มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
แม้ว่าปัจจัยลบทางเศรษฐกิจและปัญหาการเมืองในประเทศ จะกระทบกับผู้ประกอบการและกำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง แต่การพลิกเกม ลุยขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะเอเชียและอาเซียนนั้น ถือเป็นโอกาสครั้งใหญ่ที่มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
สนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศรีไทย ซุปเปอร์แวร์ ฉายภาพของธุรกิจว่า จะให้ความสำคัญกับการบุกตลาดเอเชีย และอาเซียนมากยิ่งขึ้น หลังจากที่ปัจจัยลบทางการเมือง เศรษฐกิจในประเทศซบเซา ได้ส่งผลกระทบต่อยอดขายในประเทศปีนี้ตกต่ำลงไป 20% ขณะเดียวกันก็ได้กำลังซื้อจากหลายประเทศในอาเซียน ที่ส่งออกไปทำตลาด เช่น พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม ซึ่งภาพรวมส่วนนี้โตขึ้นกว่า 12% กลับมาช่วยบริษัทในไทย และเมื่อรวมรายได้จากกลุ่มรับจ้างผลิตหรือโออีเอ็ม รวมทั้งจากกลุ่มธุรกิจขายตรงของศรีไทยเชื่อว่าปีนี้จะยังสามารถมีรายได้ ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1.4 หมื่นล้านบาท
“เรามั่นใจว่ายอดขายจะเติบโตมากขึ้นในปี 2558 ซึ่งโดยภาพรวมแล้วน่าจะโตได้ไม่ต่ำกว่า 15% จากการเติบโตของการส่งออกที่ดี และการเตรียมเปิดโรงงานในประเทศอินเดีย ที่จะสร้างเสร็จในช่วงปีหน้า พร้อมๆ กับเดินหน้าเปิดโรงงานในหลายประเทศในอาเซียน เพื่อรับกับกำลังซื้อที่มีมากขึ้น จากจำนวนประชากรอาเซียนที่มีอยู่กว่า 600 ล้านคน และอยู่ในกลุ่มวัยทำงานที่มีอายุระหว่าง 15-60 ปี สูงถึง 420 ล้านคน” สนั่น กล่าว
สำหรับในปี 2558 บริษัทได้ตั้งงบลงทุนไว้กว่า 1,000 ล้านบาท โดยมีแผนจะก่อสร้างโรงงานผลิตเมลามีน และขวดฝา พลาสติก และกล่องอาหาร ที่ประเทศพม่า เมืองย่างกุ้ง ใช้งบลงทุนเบื้องต้นจำนวน 250 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจาซื้อที่ดินจำนวน 10 ไร่ จากก่อนหน้านี้ได้มีการส่งออกถังพลาสติก ขวดแก้ว เฟอร์นิเจอร์จากพลาสติก รวมไปถึงกล่องพลาสติกสำหรับใส่แบตเตอรี่รถยนต์ (เปลือกแบตเตอรี่) ซึ่งในพม่านั้นสามารถสร้างยอดขายต่อปีไม่ต่ำกว่า 70 ล้านบาท
ขณะเดียวกันมีแผนจะขยายโรงงานแห่งใหม่ที่จาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย โดยใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท เพื่อขยายไลน์ผลิตบรรจุภัณฑ์ประเภทขวดน้ำชา ซึ่งเป็นเครื่องดิื่มที่ได้รับความนิยมอย่างมากที่นั่น โดยจะเป็นการร่วมทุนกับผู้ผลิตเม็ดพลาสติกรายใหญ่ ซึ่งจะมีการถือหุ้นในสัดส่วน 50:50 จากก่อนหน้านี้ ได้มีการตั้งโรงงานผลิตสินค้าประเภทเมลามีน ที่เมืองสุราบายา ประเทศอินโดนีเซีย มานานกว่า 14 ปี พร้อมกันนี้ยังเตรียมก่อตั้งสำนักงานขาย ทั้งในประเทศกัมพูชา และลาว เพื่อรองรับตลาดที่กำลังเติบโต และต้องส่งสินค้าเข้าไปทำตลาดมากขึ้น
สนั่น กล่าวอีกว่า บริษัทยังได้เช่าที่ดินสัญญา 30 ปี ต่ออีก 30 ปี ที่เมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม จำนวน 16 ไร่ จากก่อนหน้านี้ได้ตั้งโรงงานแล้ว ที่เมืองโฮจิมินห์ ซึ่งโรงงานแห่งใหม่ ที่จะก่อตั้งขึ้นนั้น จะใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 250 ล้านบาท คาดว่าจะก่อสร้างเสร็จในช่วงเดือน ก.ย. 2558 เพื่อผลิตเมลามีนและพลาสติก ประเภทบรรจุภัณฑ์ ซึ่งที่ผ่านมายอดขายจากประเทศเวียดนาม มีจำนวน 1,200 ล้านบาท เติบโตไม่ต่ำกว่า 40%
นอกจากนี้ ยังมีแผนจะร่วมทุนกับบริษัทผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์จากประเทศอิตาลีเพื่อตั้งบริษัทร่วมทุน เบื้องต้นจะใช้ชื่อ บริษัท ศรีไทย ซุปเปอร์ ไอเดีย เพื่อผลิตเฟอร์นิเจอร์เอาต์ดอร์ หรือเฟอร์นิเจอร์ใช้ภายนอกอาคาร ด้วยทุนจดทะเบียน 25 ล้านบาท โดยบริษัทจะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 60% คาดว่าจะเริ่มผลิตได้ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2558 ซึ่งเม็ดเงินลงทุนรวมในปีหน้านั้น จะใช้กับการลงทุนในตลาดต่างประเทศจำนวน 600 ล้านบาท และขยายกำลังการผลิตโรงงานในประเทศจำนวน 400 ล้านบาท
จากแผนการลงทุน ดังกล่าวเชื่อว่าจะทำให้บริษัทสามารถเติบโตได้ต่อเนื่องไม่ต่ำกว่าปีละ 10% และคาดว่าภายใน 6 ปีข้างหน้า หรือ ปี 2563 กลุ่มศรีไทยจะสามารถสร้างยอดขายรวมได้ไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นล้านบาท







