
น้ำมันลงทำไมหุ้นตก
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยมีการปรับตัวลงครั้งใหญ่ในรอบปี หลังจากขึ้นไปแตะ 1,603.89 จุด เมื่อวันจันทร์ที่ 8 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยก็ปรับตัวลงมาเกือบๆ 100 จุดภายใน 3 วันทำการ
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยมีการปรับตัวลงครั้งใหญ่ในรอบปี หลังจากขึ้นไปแตะ 1,603.89 จุด เมื่อวันจันทร์ที่ 8 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยก็ปรับตัวลงมาเกือบๆ 100 จุดภายใน 3 วันทำการ
หลายคนพุ่งเป้าไปที่ราคาน้ำมันที่ดิ่งลงหนักมากในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่ประเด็นใหม่เพราะราคาน้ำมันก็มีการลดลงต่อเนื่องมาหลายสัปดาห์ติดต่อกันแล้ว และประเทศไทยเองไม่ใช่ประเทศที่มีการผลิตและ
ส่งออกน้ำมันเป็นรายได้หลัก ตรงกันข้ามไทยเป็นประเทศที่มีการบริโภคพลังงานในระดับที่สูง การที่ราคาน้ำมันลดลงจนต่ำสุดในรอบ 5 ปีนั้นควรจะเป็นผลบวกต่อเศรษฐกิจไทยและตลาดหุ้นโดยรวมด้วยซ้ำค่ะ
แต่ในทางปฏิบัติแล้วต้องยอมรับว่าหุ้นกลุ่มพลังงานนั้นเป็นหุ้นกลุ่มที่มีอิทธิพลต่อความเคลื่อนไหวของดัชนี SET Index ในภาพรวม นับแต่มีการแปรรูป ปตท.เข้าตลาดหุ้นและการควบรวมธุรกิจพลังงานและปิโตรเคมีหลายครั้งจนอาณาจักรของ ปตท.เติบใหญ่มาก ก็ส่งผลให้หุ้นในกลุ่ม ปตท.มีน้ำหนักสูงที่สุดในตลาดหุ้น
ในช่วงที่ราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูงกว่า 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลหุ้น กลุ่ม ปตท.กลุ่มเดียวก็มีน้ำหนักมากกว่า 20% ของมาร์เก็ตแคปตลาดหุ้นไทยแล้วค่ะ และนั่นทำให้หุ้นกลุ่มพลังงานทั้งกลุ่มมีน้ำหนักร่วมๆ 25-30% ของตลาดหุ้นไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
จุดนี้เองที่ดิฉันมองว่าการที่เครือ ปตท.มีน้ำหนักและอิทธิพลต่อตลาดทุนไทยมากมายขนาดนี้ย่อมก่อให้เกิด “Concentration Risk” ขึ้นมาได้
ตรงนี้เองจึงถือเป็นจุดอ่อนของตลาดทุนไทยต้องแก้ค่ะ ด้วยการหาบริษัทจดทะเบียนที่มีคุณภาพ มีความหลากหลายในกลุ่มธุรกิจและผลิตภัณฑ์เข้ามาในตลาดให้ได้มากขึ้น ซึ่งนั่นจะช่วยให้ตลาดทุนบ้านเราเป็นเครื่องมือที่สะท้อนภาพทางเศรษฐกิจได้ เป็นแหล่งระดมทุนที่มีคุณภาพและน่าเชื่อถือ และยังช่วยขจัดปัญหา Concentration Risk ในระยะยาวด้วย
หากตลาดทุนบ้านเรายังมีกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ไม่กี่กลุ่มมีอิทธิพลชี้นำดัชนีมากเกินไปก็จะส่งผลให้ตลาดทุนบ้านเราอ่อนไหวต่อปัจจัยภายนอกบางตัวที่จะเข้ามากระทบกิจการนั้นๆ ได้ ขณะเดียวกันปัญหาภายในที่เกิดกับบริษัทไม่กี่แห่งที่มีอิทธิพลต่อตลาดสูง ก็อาจส่งผลต่อเสถียรภาพโดยรวมของตลาดได้เช่นกันค่ะ







