posttoday
ไอแบงก์น่าห่วง ปีนี้ขาดทุนอ่วม เจอหนี้เน่าเพิ่ม

ไอแบงก์น่าห่วง ปีนี้ขาดทุนอ่วม เจอหนี้เน่าเพิ่ม

15 ธันวาคม 2557

อิสลามแบงก์ยังทรุดพบหนี้เสียเพิ่มอีก 6,000 ล้านบาท คาดปีนี้ขาดทุนไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท

อิสลามแบงก์ยังทรุดพบหนี้เสียเพิ่มอีก 6,000 ล้านบาท คาดปีนี้ขาดทุนไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท

แหล่งข่าวจากธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) เปิดเผยว่า ผลการตรวจสอบฐานะทางการเงิน (ดิวดิลิเจนต์) ที่คณะกรรมการกำกับและดูแลรัฐวิสาหกิจ (ซูเปอร์บอร์ด) ให้ดำเนินการโดยเร็ว ทั้งนี้ธนาคารได้ว่าจ้างบริษัท ดีลอยท์ ทู้ช โธมัทสุ ไชยยศ เป็นที่ปรึกษาและดำเนินการ ได้ข้อสรุปเบื้องต้นพบลูกหนี้ด้อยคุณภาพไม่สร้างรายได้ให้ธนาคาร  (เอ็นพีแอล) เพิ่มขึ้นอีก 6,000 ล้านบาท ทำให้หนี้เอ็นพีแอลของไอแบงก์เพิ่มจาก 4.2 หมื่นล้านบาท   เป็น 4.8 หมื่นล้านบาท ขยายตัวเพิ่ม 38% หรือคิดเป็น 44% ของยอดสินเชื่อคงค้างที่ 1.1 แสนล้านบาท

ขณะที่การดำเนินงานธุรกิจของไอแบงก์ ต้องมีค่าใช้จ่ายในส่วนของดอกเบี้ยเงินฝากที่ต้องจ่ายสูงกว่าธนาคารอื่นเพื่อรักษาฐานลูกค้ารายใหญ่ ป้องกันไม่ให้ลูกค้าแห่ถอนเงินออกไปฝากเงินกับสถาบันการเงินอื่น หลังจากมีกระแสข่าวในแง่ลบต่างๆ โดยล่าสุดธนาคารมีเงินฝากรวม 1.11 แสนล้านบาท ส่งผลให้ผลประกอบการ 10 เดือนแรกของปี 2557 (ม.ค.-ต.ค. 2557) หลังหักสำรองมีผลขาดทุนสะสมกว่า 5,600 ล้านบาท

“ตอนนี้เงินฝากธนาคารอิสลามยังรักษาฐานลูกค้าไว้ไม่ลดลงจากเดิม ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าต้องให้ผลตอบแทนที่ลูกค้าพอใจ เพราะไม่ต้องการให้ลูกค้าแห่ถอนเงินฝาก เนื่องจากมีข่าวกังวลแง่ลบ เช่น หนี้เสียเยอะ ถ้าคนขาดความเชื่อมั่น ลูกค้าคงจะหายกันหมดแน่ ประกอบกับที่ผ่านมามีการตั้งสำรองเพิ่มขึ้นกว่า 5,000 ล้านบาท ทำให้ผลประกอบการยังขาดทุนอยู่” แหล่งข่าวเปิดเผย

อย่างไรก็ดี ขณะนี้ธนาคารอยู่ระหว่างจัดทำแผนฟื้นฟูฉบับสมบูรณ์ เพื่อส่งให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) พิจารณาส่งให้คณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.)  เห็นชอบแผนฟื้นฟู เพื่อให้กระทรวงการคลังพิจารณาเบิกจ่ายเงินเพิ่มทุนมาดำเนินธุรกิจของไอแบงก์ต่อไป

ทั้งนี้ หากซูเปอร์บอร์ดเห็นชอบในหลักการของแผนฟื้นฟูกิจการที่ธนาคารส่งไปให้พิจารณา และหลังจากนั้นก็จะเข้าตรวจความคืบหน้า และได้ให้แนวทางไว้ 4 ข้อ คือ 1.ลดค่าใช้จ่ายให้ได้ปีละ 15-20% 2.เพิ่มพอร์ตลูกค้ามุสลิมให้โตปีละ 10-20%

3.ให้ย้ายสาขาของธนาคารที่อยู่ในห้างสรรพสินค้ามาตั้งภายนอก และ 4. ปรับสัดส่วนพนักงานขายต่อพนักงานสนับสนุนให้เป็นสัดส่วน 2 ต่อ 1 โดยขณะนี้ธนาคารได้เร่งดำเนินการจัดทำแผนดังกล่าว ซึ่งภายใน 2 ปีนี้ ต้องปิดสาขาในห้างแน่นอนกว่า 30 สาขา เพื่อลดค่าใช้จ่ายในส่วนที่ไม่จำเป็นออกไป

ก่อนหน้านี้ กระทรวงการคลังมีแนวคิดจะให้มีการรวมกิจการของไอแบงก์และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) เข้ากับธนาคารออมสิน แต่ซูเปอร์บอร์ดเห็นว่าควรจะให้ธนาคารทั้งสองแห่งทำแผนฟื้นฟูกิจการก่อน เพราะเชื่อว่ายังสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ