posttoday
ซิตี้กรุ๊ปเชียร์3บิ๊กแบงก์ชูBBL-SCB-BAY

ซิตี้กรุ๊ปเชียร์3บิ๊กแบงก์ชูBBL-SCB-BAY

11 มิถุนายน 2553

ซิตี้กรุ๊ป วิเคราะห์ธนาคารทั่วอาเซียน หุ้นกรุงเทพ-ไทยพาณิชย์-กรุงศรีฯ ติดโผต้องซื้อ เจ.พี.มอร์แกน เพิ่มเป้า BANPU ถึง 740 บาท ต่างชาติทิ้ง 2,000 ล้าน

ซิตี้กรุ๊ป วิเคราะห์ธนาคารทั่วอาเซียน หุ้นกรุงเทพ-ไทยพาณิชย์-กรุงศรีฯ ติดโผต้องซื้อ เจ.พี.มอร์แกน เพิ่มเป้า BANPU ถึง 740 บาท ต่างชาติทิ้ง 2,000 ล้าน

บริษัท ซิตี้กรุ๊ป วิเคราะห์หุ้นกลุ่มธนาคารในภูมิภาคอาเซียน และมีมุมมองเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทยภายหลังการเมืองสงบ ซึ่งหุ้นติดโผน่าซื้อ 3 แห่ง คือ ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) และธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY)

ทั้งนี้ คาดว่าการเมืองทำความเสียหายให้เศรษฐกิจประมาณ 1,500-1,600 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 48,750-52,000 ล้านบาท ที่กดดันการเติบโตของสินเชื่อ และรายได้ดอกเบี้ยสุทธินั้นส่งผลกระทบเล็กน้อยต่อสินทรัพย์ของธนาคาร

ซิตี้กรุ๊ป ระบุว่า ข้อมูลเดือน เม.ย. ทำให้เกิดความหวังว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัวเพียงระยะสั้นเท่านั้น หากรัฐบาลสามารถรักษาการลงทุนเชื่อว่า อัตราการเติบโตจะกลับมาก่อนสิ้นปี โดยประมาณการของซิตี้กรุ๊ป การเมืองจะฉุดกำไรหุ้นธนาคารไม่เกิน 5%

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ธนชาต วิเคราะห์ว่า BBL อาจเป็นรายถัดไปที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ สแตนดาร์ดแอนด์พัวร์ (S&P) จะปรับเพิ่มเครดิตจาก “เชิงลบ” ซึ่งต่ำสุด และต่ำกว่าธนาคารอื่นที่มีมุมมอง “มีเสถียรภาพ” จึงแนะนำเก็งกำไรหุ้น BBL เพราะราคาในตลาด 118 บาท แทบไม่ต่างจากมูลค่าทางบัญชี (BV) สิ้นปีนี้ที่ 111 บาท ขณะที่กลุ่มธนาคารซื้อขายที่ 40% พรีเมียมของมูลค่าทางบัญชี

เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส (มูดี้ส์) เพิ่งปรับเพิ่มเครดิตของธนาคารกรุงไทย (KTB)

สำหรับธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุน ทำให้ราคาปรับตัวขึ้นแรงในช่วงนี้จนไล่ไปถึง 4 บาท แต่เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ราคาย่อลงมาปิดที่ 3.68 บาท ลดลง 0.26 บาท หรือ 6.60% มูลค่าการซื้อขาย 244 ล้านบาท เพราะมีความเสี่ยงติดโผหุ้นร้อนที่ต้องซื้อขายด้วยบัญชีเงินสดเท่านั้น (แคชบาลานซ์)

ทางบริษัท เจ.พี.มอร์แกน ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายหุ้นบริษัท บ้านปู (BANPU) จากระดับ 713 บาท เป็น 740 บาท ในสิ้นปีนี้ เพราะสมมติเรื่องราคาถ่านหินดีขึ้นเป็น 95 เหรียญสหรัฐต่อตัน จากเดิมประเมินไว้ที่ 80 เหรียญสหรัฐต่อตัน จึงปรับประมาณการกำไรสุทธิอีก 8% ในปีนี้ และ 16% ในปี 2554 คาดว่าจะมีกำไรสุทธิต่อหุ้น 44.50 บาท และ 61.70 บาท ตามลำดับ

ด้านตลาดหุ้นวันที่ 10 มิ.ย. ดัชนีหุ้นไทยมีแรงขายทำกำไรระหว่างวัน บางช่วงติดลบ แต่สุดท้ายปิดที่ 768.16 จุด บวก 3.95 จุด มูลค่าการซื้อขาย 18,388 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต่างชาติกลับมาขายหนักมืออีกครั้ง 2,111 ล้านบาท ส่วนใหญ่กระจุกอยู่ที่ บล.ยูบีเอส 1,400 ล้านบาท และ บล.ภัทร 920 ล้านบาท

มาร์เก็ตติง กล่าวว่า หุ้นไทยบวกตามเอเชียส่วนใหญ่ ซึ่งตอบรับตัวเลขส่งออกของจีนโตเกินคาด รวมถึงเศรษฐกิจญี่ปุ่นและสหรัฐ และเศรษฐกิจโลกที่ดีขึ้น

น.ส.ธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า ดัชนีหุ้นจะแกว่งตัวตามต่างประเทศ และต้องติดตามแถลงการณ์ของประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หากออกมาดีก็อาจทำให้ตลาดหุ้นดีขึ้น

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ