
แบงก์เล็งกนง.ลดดอกเบี้ย0.25%
แบงก์คาด กนง.ลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ใช้จังหวะเงินเฟ้อต่ำรอลดปีหน้าไม่ไหวให้ระวังเงินไหลออก
แบงก์คาด กนง.ลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ใช้จังหวะเงินเฟ้อต่ำรอลดปีหน้าไม่ไหวให้ระวังเงินไหลออก
นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งสุดท้ายของปี วันที่ 17 ธ.ค.นี้ เชื่อว่า กนง.จะตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เป็น 1.75% หลังจากเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวช้า การเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐติดขัด ทำให้นโยบายการเงินต้องเข้าไปมีบทบาท
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้แรงกดดันต่อเงินเฟ้อน้อย ดังนั้นเดือนนี้จึงเป็นจังหวะดีที่ กนง.จะลดดอกเบี้ยนโยบาย เพราะลดตอนนี้กว่าจะส่งผลต่อเศรษฐกิจต้องเลยไปจนถึงกลางปีหน้า หากรอไปถึงปี 2558 จะลดดอกเบี้ยยาก เพราะเข้าสู่ทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นของธนาคารกลางสหรัฐ
สำหรับผลกระทบจากการลดดอกเบี้ยนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สามารถใช้เครื่องมือเพิ่มเติมเข้ามาดูแลได้อยู่แล้ว แต่อาจส่งผลให้เงินทุนไหลออกเพิ่มขึ้น จึงปรับกรอบค่าเงินบาทปีหน้าจาก 34 บาท เป็น 34.50 บาท/เหรียญสหรัฐ
น.ส.เกวลิน หวังพิชญสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคและจุลภาค ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า ทิศทางราคาน้ำมันยังปรับลดลงต่อเนื่อง โดยในปี 2558 ประเมินราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ย 70 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ลดลงจากปีนี้ที่คาดว่าเฉลี่ยอยู่ที่ 97 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เป็นผลดีต่อประเทศที่นำเข้าน้ำมันเป็นหลัก เช่น ประเทศไทย ที่ประหยัดเงินนำเข้าพลังงานสุทธิราว 3.1 แสนล้านบาท รวมทั้งมีสถานะดุลบัญชีเดินสะพัดดีขึ้น 2.08 แสนล้านบาท คิดเป็น 1.6% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) เอื้อต่อการปรับโครงสร้างราคาพลังงานในประเทศ โดยไม่เพิ่มภาระต้นทุนต่อผู้บริโภคและธุรกิจที่สามารถจัดการเรื่องต้นทุนขนส่งได้ดีขึ้น
ด้านศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจธนาคารทหารไทยก็มีมุมมองว่า การประชุม กนง.ครั้งนี้ต้องจับตามอง เพราะจะมีผลโดยตรงต่อทิศทางดอกเบี้ย หากมีการลดดอกเบี้ยจริง ภาวะดอกเบี้ยของไทยจะไม่กลับมาเป็นขาขึ้นจนถึงปี 2559 เชื่อว่า กนง.จะลดดอกเบี้ยลง 0.25% หลังเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดมาก อัตราเงินเฟ้อปรับตัวลดลงมาอย่างต่อเนื่องจาก 2.6% ในเดือน พ.ค. มาอยู่ที่ 1.3% ในเดือน พ.ย. สาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับลดลงอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ การที่ ธปท.จะปรับมาดูแลอัตราเงินเฟ้อทั่วไปแทนอัตราเงินเฟ้อ พื้นฐาน (ไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน) โดยกรอบเงินเฟ้อที่พูดถึงกันอยู่ในช่วง 1.5-4.5% หากราคาน้ำมันยังคงลดลง อัตราเงินเฟ้อทั่วไปอาจอยู่ต่ำกว่ากรอบของ ธปท. ส่วนมาตรการของขวัญปีใหม่อาจมีผลกระตุ้นเศรษฐกิจน้อย
ขณะที่ธนาคารเอชเอสบีซีคาดการณ์ในทิศทางเดียวกันว่า กนง.จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ในการประชุมวันที่ 17 ธ.ค.นี้ เนื่องจากเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ช้ากว่าที่คาด และมาตรการกระตุ้นทางการคลังยังไม่เห็นผลรวดเร็วนัก อีกทั้ง กนง.ยังเป็นห่วงความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลงอีกด้วย ทั้งนี้อัตราเงินเฟ้อในระดับต่ำยังเป็นอีกปัจจัยหนุนให้ กนง.สามารถผ่อนคลายนโยบายการเงินในครั้งนี้ได้







