
เมล์ร่วมขอเพิ่มค่าตั๋ว 2 บาท
ขู่ไม่ปรับภายในม.ค.ปีหน้าจะหยุดเดินรถขนส่งทางบกกลางฯ โยนประจินชี้ขาด
ขู่ไม่ปรับภายในม.ค.ปีหน้าจะหยุดเดินรถขนส่งทางบกกลางฯ โยนประจินชี้ขาด
รถเมล์ร่วม ขสมก.ขู่หยุดวิ่ง หากไม่ปรับเพิ่มค่าโดยสารอีก 2 บาท ภายในกลางเดือน ม.ค.ปีหน้า
นายพงษ์ไชย เกษมทวีศักดิ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง เปิดเผยว่า ตัวแทนจากผู้ประกอบการรถร่วมบริการขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) นำโดยนางภัทรวดี กล่อมจรูญ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทาง ยื่นหนังสือขอให้กระทรวงคมนาคมปรับเพิ่มอัตราค่าโดยสารรถเมล์ธรรมดาจาก 8 บาท เป็น 10 บาท เนื่องจากต้นทุนเพิ่มขึ้น ซึ่งจะสรุปรายละเอียดทั้งหมดก่อนเสนอ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม ตัดสินใจต่อไป
นางภัทรวดี กล่าวว่า ได้ยื่นหนังสือเรียกร้องให้กระทรวงคมนาคมปรับอัตราค่าโดยสารรถร่วม ขสมก.เพิ่มอีก 2 บาท เพื่อให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงสอดคล้องกับราคาก๊าซเอ็นจีวีที่ปรับเพิ่มขึ้นจาก 8.50 บาท/กิโลกรัม เป็น 10.50 บาท/กิโลกรัม และกระทรวงพลังงานมีแผนจะปรับเพิ่มราคาเอ็นจีวีเป็น 11.50 บาท/กิโลกรัม
“รถร่วม ขสมก.ไม่ได้ปรับค่าโดยสารมาตั้งแต่ปี 2551 ทำให้ผู้ประกอบการขาดทุนทุกปี โดยปัจจุบันต้นทุนเดินรถอยู่ที่4,600 บาท/วัน/คัน แต่มีรายได้ 3,600 บาท/วัน/คัน หากกระทรวงไม่ยอมรับข้อเสนอในการขึ้นค่าโดยสาร ก็ขอให้ช่วยชดเชยราคาเอ็นจีวีแทน” นางภัทรวดี กล่าว
นายวิทยา เปรมจิตร์ นายกสมาคมพัฒนารถร่วมบริการเอกชน กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ยื่นหนังสือถึง พล.อ.อ.ประจิน เพื่อขอปรับขึ้นค่าโดยสารรถร่วมมาหลายครั้ง โดยรถร้อนขอปรับค่าโดยสารจาก 8 บาท เป็น 10 บาท และรถปรับอากาศขอปรับจาก 12-24 บาท เป็น 14-26 บาท ซึ่งหากยังไม่มีการอนุมัติภายในกลางเดือน ม.ค. 2558 ผู้ประกอบการจำเป็นต้องหยุด
ให้บริการ เพราะแบกรับภาระต้นทุนไม่ไหวอีกทั้งค่าอะไหล่ต่างๆ ก็เพิ่มขึ้นด้วย
“ตอนนี้รถเมล์ร่วมมีต้นทุนเพิ่ม เพราะ ปตท.กำหนดเงื่อนไขอุดหนุนก๊าซเอ็นจีวีที่ราคา 8.50 บาท/กิโลกรัมก็จริง แต่ไม่เกิน 3 หมื่นบาท/คัน หากใช้เกินกว่านั้นต้องจ่ายตามราคาหน้าปั๊มที่ 10.50 บาท/กิโลกรัม ซึ่งปัจจุบันรถร้อนใช้ก๊าซเดือนละ 4 หมื่นบาท/คัน และรถแอร์เดือนละ 6 หมื่นบาท/คัน” นายวิทยา กล่าว
นอกจากนี้ ระเบียบของ ขสมก.ที่กำหนดให้รถร่วม ขสมก.ทุกคันเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงก๊าซเอ็นจีวีทั้งหมดในปี 2559 และดำเนินการเสร็จสิ้นปี 2551 ทำให้ผู้ประกอบการต้องกู้เงินมาปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์และติดตั้งถังก๊าซใช้เงิน 7 แสน-1 ล้านบาท/คัน ซึ่งกระทบต่อสภาพคล่องของผู้ประกอบการพอสมควร







