posttoday
SMEs ได้เฮ

SMEs ได้เฮ

12 ธันวาคม 2557

วันนี้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ได้เฮกันทั่วหน้า เมื่อคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติโครงการให้ความช่วยเหลือ SMEs เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2557 ที่ผ่านมา ได้แก่ โครงการลดภาษีเงินได้นิติบุคคลให้ SMEs โดยจากเดิมที่กำหนดไว้ว่า SMEs ที่มีกำไรสุทธิไม่เกิน 1.5 แสนบาท ได้รับการยกเว้นการเสียภาษี แต่ของใหม่นี้จะเพิ่มวงเงินกำไรเป็น 3 แสนบาท ได้รับการยกเว้นการเสียภาษี ส่วน SMEs ที่มีรายได้เกิน 3 แสนบาท แต่ไม่เกิน 1 ล้านบาท เสียภาษี 15% เท่าเดิม สำหรับ SMEs ที่มีรายได้เกิน 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 3 ล้านบาท จากเดิมเสียภาษี 20% ลดลงเหลือ 15% หากรายได้เกิน 3 ล้านบาท เสียภาษี 20% เท่าเดิม โดยจะมี SMEs จำนวน 2.8 หมื่นราย ได้รับประโยชน์ในครั้งนี้ รัฐบาลสูญเสียรายได้ปีละ 1,900 ล้านบาท เริ่มมาตรการตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2558

วันนี้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ได้เฮกันทั่วหน้า เมื่อคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติโครงการให้ความช่วยเหลือ SMEs เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2557 ที่ผ่านมา ได้แก่ โครงการลดภาษีเงินได้นิติบุคคลให้ SMEs โดยจากเดิมที่กำหนดไว้ว่า SMEs ที่มีกำไรสุทธิไม่เกิน 1.5 แสนบาท ได้รับการยกเว้นการเสียภาษี แต่ของใหม่นี้จะเพิ่มวงเงินกำไรเป็น 3 แสนบาท ได้รับการยกเว้นการเสียภาษี ส่วน SMEs ที่มีรายได้เกิน 3 แสนบาท แต่ไม่เกิน 1 ล้านบาท เสียภาษี 15% เท่าเดิม สำหรับ SMEs ที่มีรายได้เกิน 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 3 ล้านบาท จากเดิมเสียภาษี 20% ลดลงเหลือ 15% หากรายได้เกิน 3 ล้านบาท เสียภาษี 20% เท่าเดิม โดยจะมี SMEs จำนวน 2.8 หมื่นราย ได้รับประโยชน์ในครั้งนี้ รัฐบาลสูญเสียรายได้ปีละ 1,900 ล้านบาท เริ่มมาตรการตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2558

การได้รับยกการยกเว้นภาษีเงินได้นี้จะทำให้ SMEs สามารถนำกำไรหรือรายได้ไปลงทุนต่อหรือพัฒนาปรับปรุงด้านต่างๆ ต่อไปได้ ซึ่งเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจด้วย

แล้วที่สำคัญก็คือ “การอยู่ให้รอด” ให้ได้

SMEs ในวันนี้จะต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์โลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วให้ได้ โดยเฉพาะการเปิด AEC ในปีหน้านี้

ในเรื่องนี้ทางสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยได้เคยจัดสัมมนาขึ้นเมื่อหลายเดือนก่อน เพื่อให้ SMEs เตรียมความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง โดยเน้นเรื่อง Ready for Chang ซึ่งเน้นถึงความอยู่รอดของภาคธุรกิจอุตสาหกรรมที่ต้องเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ภายใต้ภาวะการแข่งขันที่รุนแรง ในปัจจุบันและสามารถอยู่รอดให้ได้ โดยมีผู้ร่วมสัมมนานำเสนอประสบการณ์และมุมมองต่างๆ ของ SMEs ที่ประสบความสำเร็จด้วยการผ่านการฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ

ที่ประชุมเห็นว่าเรื่อง “การเปลี่ยนความคิด เพื่อเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง” เป็นเรื่องสำคัญ โดยมีข้อเสนอที่ทางสภาหอการค้าต้องดำเนินการต่อไปดังนี้

ผลักดันให้ภาคเอกชนต้องมีกระบวนการผลิตและการบริหารงานที่มีมาตรฐานสูง

ผลักดันให้ภาคเอกชนมีฐานข้อมูลที่ถูกต้อง โดยเฉพาะในระบบบัญชี เพื่อสามารถใช้วิเคราะห์วางแผนด้านต่างๆ และมีวินัยการเงิน

ผลักดันให้ภาคเอกชนมีการพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำ มีการสร้างวิสัยทัศน์ มีแผนกลยุทธ์การแข่งขันและตั้งเป้าหมายในการดำเนินการที่ชัดเจน โดยเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า และสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ

ผลักดันให้ภาคเอกชนมีการเปรียบเทียบกับคู่แข่งและผู้นำในธุรกิจนั้นๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาตนเองให้สามารถแข่งขันได้

สนับสนุนให้มีการร่วมมือสร้างเครือข่ายระหว่างกันทั้งในแนวราบและแนวดิ่ง เพื่อสร้างอำนาจในการต่อรอง รวมทั้งเป็นการลดต้นทุนในการผลิตและการจำหน่าย

ส่งเสริมให้มีการศึกษาศาสตร์ของธุรกิจครอบครัวให้เข้าใจและวางแผนวิธีดำเนินการ เพื่อให้การถ่ายทอดธุรกิจจากรุ่นสู่รุ่นเป็นไปอย่างยั่งยืน เป็นต้น

เรื่องที่สำคัญที่จะต้องย้ำในวันนี้ก็คือ การเข้าให้ถึงบริการของภาครัฐให้ได้มากที่สุด

ทุกวันนี้ ภาครัฐ (โดยทุกกระทรวง) ให้การสนับสนุนส่งเสริมและ (พยายาม) แก้ปัญหาให้ SMEs ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ การหาตลาด การผลิต การบริหารจัดการด้านต่างๆ เป็นต้น ซึ่งมีบทพิสูจน์หรือตัวอย่างมากมายที่ SMEs ที่ประสบความสำเร็จสามารถสร้างรายได้สูงในปัจจุบันล้วนแต่ได้มาจากบริการของภาครัฐ โดยเฉพาะกระทรวงอุตสาหกรรมและ สสว.

ดังนั้น SMEs ต้องขยันติดตามข้อมูลข่าวสารของทางราชการ และเข้าใช้บริการให้เต็มที่เลยครับผม!

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท