
สกัดทุ่มตลาดเหล็ก
อุตฯ เหล็กอาเซียนอ่วมโดนเหล็กจีนทุบตลาด ร่อนหนังสือวอนใช้มาตรการเอดี-เซฟการ์ดด่วน
อุตฯ เหล็กอาเซียนอ่วมโดนเหล็กจีนทุบตลาด ร่อนหนังสือวอนใช้มาตรการเอดี-เซฟการ์ดด่วน
นายวิกรม วัชรคุปต์ ประธานคณะกรรมการส่งเสริมการค้าสมาพันธ์เหล็กและเหล็กกล้าอาเซียน (AISC) เปิดเผยว่า จากการประชุมสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบว่าประเทศกลุ่มอาเซียนส่วนใหญ่เผชิญปัญหานำเข้าเหล็กจากต่างประเทศมากขึั้นเรื่อยๆ และมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ทางสมาพันธ์ฯจึงมีมติส่งหนังสือถึงสำนักงานเลขาธิการอาเซียนและภาครัฐแต่ละประเทศ ให้เร่งดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการนำเข้าเหล็กจากจีน
ทั้งนี้ ช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ไทยนำเข้าเหล็กจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ หรือเกือบ 30 เท่าตัวจากเดิมนำเข้าเฉลี่ยเดือนละ 3,000 ตันเป็นเกือบ 1 แสนตัน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ต้องใช้มาตรการปกป้องการนำเข้าที่เพิ่มขึ้น (เซฟการ์ด) ในสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนเจืออัลลอย1 รายการ และอยู่ระหว่างไต่สวนอีก 1 มาตรการ
ขณะที่ประเทศในอาเซียนได้เร่งใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (เอดี) และมาตรการเซฟการ์ด เพื่อบรรเทาผลเสียหายร้ายแรงต่ออุตสาหกรรมเหล็กภายในของแต่ละประเทศอย่างเร่งด่วน เช่น อินโดนีเซียมีการไต่สวนและใช้มาตรการเอดี 4 มาตรการและเซฟการ์ด 4 มาตรการ ฟิลิปปินส์ไต่สวนและใช้เซฟการ์ด 2 มาตรการ มาเลเซียใช้เอดี 4 มาตรการ และเร่งไต่สวนเซฟการ์ดอีก 1 มาตรการ รวมถึงการควบคุมใบอนุญาตนำเข้าอย่างเข้มงวด
น.ส.ชลธิชา จงรุ่งกีรติ เลขาธิการสมาคมเหล็กแผ่นรีดร้อนไทย กล่าวว่า หากไม่มีมาตรการเซฟการ์ดช่วยป้องกันการนำเข้าเหล็กที่เพิ่มขึ้น ในที่สุดสินค้าเหล็กนำเข้าอาจเข้ามาแทนที่สินค้า
เหล็กแผ่นรีดร้อนทั้งหมดจนผู้ผลิตภายในประเทศไม่สามารถอยู่รอดได้ และผู้บริโภคต้องพึ่งพาการนำเข้าเหล็กเพียงอย่างเดียว
สำหรับข้ออ้างว่ามาตรการเซฟการ์ดอาจทำให้ราคาของเหล็กแผ่นรีดร้อนปรับขึ้นจนสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้ใช้นั้น ไม่เป็นความจริงเพราะเหล็กแผ่นรีดร้อนเป็น 1 ใน 43 รายการสินค้าที่ควบคุมโดยคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) และราคาเป็นไปตามกลไกตลาดมาตลอด







