
กสิกรจับเศรษฐี ควงแบงก์สวิส ช่วยลงทุนนอก
กสิกรไทยจับมือลอมบาร์ด โอเดียร์ ขยายบริการลูกค้าระดับบน ตั้งเป้าผลตอบแทนลงทุนเพิ่ม 3 เท่า
กสิกรไทยจับมือลอมบาร์ด โอเดียร์ ขยายบริการลูกค้าระดับบน ตั้งเป้าผลตอบแทนลงทุนเพิ่ม 3 เท่า
นายปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกสิกรไทยได้ตกลงเป็นพันธมิตรกับธนาคารลอมบาร์ด โอเดียร์ ของสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อให้บริการกลุ่มลูกค้าบุคคลสินทรัพย์สูง (ไพรเวทแบงก์) ที่ครบวงจรมากขึ้น โดยเฉพาะการลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศ ซึ่งได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ
ทั้งนี้ ธนาคารตั้งเป้าสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนเพิ่มขึ้น 3 เท่าจากปัจจุบัน ซึ่งเป้าหมายและความร่วมมือต่างๆ จะมีการทบทวนทุก 3 ปีว่าเป็นไปตามแผนหรือไม่ แต่เชื่อว่าจะเป็นไปได้ เนื่องจากลอมบาร์ด โอเดียร์ สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน อยู่ในระดับดีที่สุดของตลาดไพรเวทแบงก์ และยังเป็นครั้งแรกที่ลอมบาร์ดเข้ามาเป็นพันธมิตรในกลุ่มอาเซียน
“เราต้องการสร้างความต่าง เพิ่มทางเลือกลงทุนทั้งในและต่างประเทศให้ตอบโจทย์ลูกค้า รองรับการแข่งขันตลาดลูกค้าไฮเน็ตเวิร์ธที่รุนแรง ที่สำคัญลอมบาร์ดซึ่งอยู่มานานกว่า 200 ปี เชี่ยวชาญเรื่องธุรกิจครอบครัวมาก ซึ่งเรากำลังต้องการองค์ความรู้ตรงนี้พอดี” นายปกรณ์ กล่าว
สำหรับความร่วมมือครั้งนี้มี 5 ด้าน ประกอบด้วย 1.การให้คำปรึกษาการจัดพอร์ตการลงทุนที่เป็นมืออาชีพ 2.ให้ความรู้การลงทุนและตลาดผ่านบทวิจัยและบทวิเคราะห์ทิศทางตลาดลงทุนโลก 3.สร้างความรับรู้แบรนด์กสิกรไทย 4.แลกเปลี่ยนบุคลากรและเทคโนโลยีระบบจัดการพอร์ตไพรเวทแบงก์ และ 5.ให้คำแนะนำด้านการเงินของครอบครัวเพื่อส่งต่อธุรกิจ
ทั้งนี้ ธนาคารมีมาร์เก็ตแชร์ในธุรกิจไพรเวทแบงก์ 40% มีลูกค้า 8,700 ราย สินทรัพย์ภายใต้การบริหาร 7 แสนล้านบาท โดยสัดส่วนเป็นเงินฝากประจำ 50% และเงินลงทุน 50% ซึ่งเป็นการลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศเพียง 10% ทำให้ยังมีทิศทางเติบโตอีกมาก เพราะลูกค้า 70% สนใจการลงทุนใหม่ๆ เพิ่มขึ้นทุกปี นอกจากนี้การลงทุนต่างประเทศสัดส่วน 25% ยังลงทุนผ่านธนาคารต่างประเทศ ความร่วมมือครั้งนี้จึงเพิ่มทางเลือกให้สามารถทำได้ผ่านธนาคารกสิกรไทย
สำหรับแผนธุรกิจไพรเวทแบงก์ปี 2558 จะมุ่งเน้น 2 ด้าน คือ การหาพันธมิตรใหม่ๆ มาเสริมการให้บริการทางการเงินแก่ลูกค้าทุกกลุ่ม และขยายฐานลูกค้าในต่างจังหวัดเป็น 30% จากเดิม 20%
ทั้งนี้ ผลสำรวจโดยอังค์ถัดพบว่า ในปี 2557 ลูกค้าบุคคลที่มีสินทรัพย์รวมกว่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐ ในเอเชียแปซิฟิกเติบโตสูงถึง 17.3% จาก 9.3% ในปี 2556 ขณะที่ประเทศไทยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีอัตราเติบโตของกลุ่มลูกค้าบุคคลสินทรัพย์ราว 12.7% ต่อปี ซึ่งนับว่าสูงมากเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในเอเชียแปซิฟิก ที่ 9.5% ขณะที่ทรัพย์สินของลูกค้ากลุ่มนี้เติบโตราว 14.4% สูงกว่าค่าเฉลี่ยในภูมิภาคที่ 10.4%







