
ประกันภัยข้าว...อนาคตเริ่มเห็นแสง
กำลังจะก้าวพ้นไปอีกปี สำหรับโครงการประกันภัยข้าวนาปี ประจำปี 2557 หลังจากที่หน่วยงานของรัฐและเอกชนต่างร่วมมือร่วมใจกันผลักดันโครงการนี้ให้เกิดขึ้น และเริ่มต้นรับประกันภัยมาได้ตั้งแต่ปี 2554 ซึ่งในช่วงปีแรกของการรับประกันนั้น ต้องเรียกว่าสาหัสทีเดียวสำหรับบริษัทประกันที่เข้าร่วมรับประกัน เมื่อต้องเจอกับเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เข้าไปเต็มๆ โดยต้องจ่ายค่าสินไหมสูงถึง 756 ล้านบาท แลกกับค่าเบี้ยประกันที่เก็บได้เพียง 136 ล้านบาทเท่านั้น
กำลังจะก้าวพ้นไปอีกปี สำหรับโครงการประกันภัยข้าวนาปี ประจำปี 2557 หลังจากที่หน่วยงานของรัฐและเอกชนต่างร่วมมือร่วมใจกันผลักดันโครงการนี้ให้เกิดขึ้น และเริ่มต้นรับประกันภัยมาได้ตั้งแต่ปี 2554 ซึ่งในช่วงปีแรกของการรับประกันนั้น ต้องเรียกว่าสาหัสทีเดียวสำหรับบริษัทประกันที่เข้าร่วมรับประกัน เมื่อต้องเจอกับเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เข้าไปเต็มๆ โดยต้องจ่ายค่าสินไหมสูงถึง 756 ล้านบาท แลกกับค่าเบี้ยประกันที่เก็บได้เพียง 136 ล้านบาทเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นสถานการณ์รับประกันภัยข้าวนาปีก็เริ่มดีขึ้น เห็นได้จากอัตราความเสียหายต่อเบี้ยประกันภัยที่ดีขึ้นตามลำดับจนถึงปี 2557 ที่เริ่มเป็นบวก
นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล กรรมการผู้อำนวยการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีบริษัทประกันที่เข้าร่วมโครงการด้วยกัน 4 บริษัท โดยมีบริษัท ประกันภัย ไทยวิวัฒน์เป็นผู้รับประกันหลักในสัดส่วน 32% ส่วนบริษัท ทิพยประกันภัย 25% บริษัท วิริยะประกันภัย 25% และบริษัท เจ้าพระยาประกันภัย 18%
แต่สุดท้ายแล้วทั้ง 4 บริษัทจะรับงานเก็บไว้เองรวมกันเพียง 5% เท่านั้น ส่วนงานที่เหลือก็จะส่งให้กับบริษัทรับประกันภัยต่อ (รีอินชัวเรอร์) ของต่างชาติรับผิดชอบแทน ซึ่งในปีนี้ตั้งเป้าไว้ที่ 1.5 ล้านไร่ แต่ขายได้ประมาณ 9 แสนไร่ คาดว่าเมื่อสิ้นสุดโครงการในปีนี้จะทำได้เบี้ยประมาณ 400 ล้านบาท และจ่ายค่าสินไหมประมาณ 40 ล้านบาท
ดังนั้น จึงถือเป็นปีแรกที่ผลดำเนินงานของโครงการนี้เริ่มเป็นบวก หลังจากได้มีการทดลองและปรับเปลี่ยนเงื่อนไขในการรับประกันภัยมาโดยตลอด
“รีอินชัวเรอร์ค่อนข้างพอใจกับผลดำเนินงานในปีนี้ แต่ก็ยังเป็นห่วงว่ายอดขายน้อยไปและพื้นที่การรับประกันส่วนใหญ่เป็นพื้นที่สีแดงและสีเหลือง ซึ่งมีความเสี่ยงภัยที่จะเกิดภัยพิบัติสูง” นายจีรพันธ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในส่วนการรับประกันโครงการประกันภัยข้าวในปี 2558 นั้น ปัจจุบันมีการหารือเบื้องต้นกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว รอเพียงกระทรวงการคลังและสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) อนุมัติเท่านั้น เนื่องจากมีเรื่องงบประมาณเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งอาจมีการปรับลดค่าเบี้ยประกันหรือลดโซนพื้นที่การรับประกันลง เพื่อให้การบริหารจัดการสะดวกขึ้น
“ทางรีอินชัวเรอร์อยากให้คงพื้นที่รับประกันไว้ที่ 5 โซนเหมือนเดิม เพราะถ้าปรับเหลือ 3 โซน อาจมีปัญหาเรื่องค่าเบี้ยได้ แต่โจทย์คือ รัฐจะช่วยค่าเบี้ยอย่างไร ถ้ารัฐช่วยหมดก็จะเหลือ 3 โซน หรือปรับเพิ่มป็น 7-8 โซนก็ได้ ขึ้นกับความเสี่ยง ซึ่งเรื่องนี้คงต้องหารือกัน เพราะกระทรวงการคลังเองก็ต้องให้โครงการนี้เดินหน้าต่อไปและยั่งยืนให้นานที่สุด โดยจะต้องได้ข้อสรุปทั้งหมดก่อนเดือน ม.ค. เพื่อเริ่มขายให้ชาวนาได้ในช่วงเดือน มี.ค” นายจีรพันธ์ กล่าว
นายจีรพันธ์ กล่าวอีกว่า ทำโครงการนี้มาได้ 4 ปีแล้ว ถือว่าสามารถเก็บข้อมูลต่างๆ ได้ชัดเจนมากขึ้น แต่ก็ต้องให้รัฐบาลสนับสนุนอยู่ เพราะเป็นไปไม่ได้ที่โครงการจะอยู่ได้ด้วยตัวเอง เหมือนกับประกัน พ.ร.บ.รถยนต์ในช่วงแรกๆ ซึ่งเรื่องนี้ผ่านมาแล้วถึง 3 รัฐบาล แต่ละรัฐบาลก็ยังให้ความสำคัญและให้เดินหน้าโครงการต่อไป จึงถือเป็นเรื่องดีกับชาวนาที่มีการประกันภัยมารองรับกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้







