
ของเหลือใช้ไทยเกลื่อนบ้าน 1.2 หมื่นล.
OLX พบไทย-อินโดนีเซีย-ฟิลิปปินส์ มีของเหลือใช้เฉลี่ย 1.2 หมื่นล้าน ฉวยจังหวะดึงคนขายมือสอง
OLX พบไทย-อินโดนีเซีย-ฟิลิปปินส์ มีของเหลือใช้เฉลี่ย 1.2 หมื่นล้าน ฉวยจังหวะดึงคนขายมือสอง
นายทิวา ยอร์ค เฮด โค้ชของเว็บไซต์ OLX.co.th เว็บไซต์ซื้อ-ขายสินค้ามือสองออนไลน์ในไทย เปิดเผยผลการสำรวจสิ่งของเหลือใช้ในบ้านคนไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ที่สำรวจโดยบริษัท ทีเอ็นเอส รีเสิร์ช อินเตอร์เนชั่นแนล พบว่า คนไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ มีของเหลือใช้ในบ้านที่ยังมีสภาพดี มูลค่าเฉลี่ยประเทศละ 1.2 หมื่นล้านบาท
จากการสำรวจพบว่า คนไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ มีพฤติกรรมคล้ายคลึงกัน คือนิยมที่จะเก็บสินค้าไว้ที่บ้าน โดยคิดว่าของที่เก็บไว้ไม่มีมูลค่า จึงไม่ได้สนใจที่จะนำออกมาจำหน่าย บริษัทจึงพยายามที่จะเข้าเจาะตลาดในกลุ่มดังกล่าวให้คนสนใจที่จะนำของเหลือใช้ในบ้านออกมาจำหน่ายเพื่อสร้างมูลค่า
ทั้งนี้ บริษัทได้เข้าไปทำตลาดในอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์มานานกว่า 8-9 ปีแล้ว โดยอัตราการเติบโตของยอดผู้เข้ามาใช้บริการขายสินค้ามือสองในเว็บไซต์เติบโตอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากทั้งสองประเทศมีจำนวนประชากรและตลาดเริ่มเข้าใจการขายสินค้ามือสองมากขึ้น
ขณะที่ไทยเข้ามาทำตลาดได้ประมาณ 3 ปี เป็นตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นตลาดเปิดใหม่ คนไทยพร้อมที่จะเปิดรับสิ่งใหม่ๆ อย่างรวดเร็ว และชอบทำตามกระแสของต่างชาติ ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมาเศรษฐกิจมีปัญหา ของเหลือใช้ที่มีอยู่ในบ้านก็มีมูลค่าสูง ดังนั้นจึงพร้อมจะเปิดรับช่องทางที่ทำให้มี
รายได้เพิ่ม
สำหรับสินค้าที่คนนำมาประกาศขายมากที่สุดใน 3 ประเทศ ก็คล้ายคลึงกัน เช่น รถยนต์และรถจักรยานยนต์ โทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ต สินค้าแฟชั่น และกระเป๋า อย่างไรก็ดีสินค้ายอดนิยมของไทยมีความแตกต่างมากที่สุด คือมีสินค้ากลุ่มพระเครื่องติด 1 ใน 5 อันดับแรกที่คนประกาศขาย ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่ในต่างประเทศไม่มี โดยปัจจุบันมีการประกาศขายพระเครื่องผ่านเว็บไซต์อยู่จำนวน 1.7 แสนรายการ ทำให้จากเดิมเคยจัดพระเครื่องอยู่ในหมวดของสะสม ต้องแยกออกมาเป็นหมวดพระเครื่องต่างหาก
“ตอนนี้บริษัทพยายามที่จะขยายตลาดออกไปยังต่างจังหวัดให้มากขึ้น โดยจะขยายให้ครอบคลุมทั่วประเทศ สำหรับจังหวัดที่มียอดการใช้งานมากในปัจจุบัน ได้แก่ ชลบุรี สงขลา ขอนแก่น เชียงใหม่ เพราะตลาดขายของมือสองมีอยู่แล้ว” นายทิวา กล่าว
ปัจจุบัน มีสมาชิกในไทยเข้าใช้บริการเว็บไซต์จำนวน 1.8 ล้านคน เติบโต 150% เมื่อเทียบกับปีก่อน มีสินค้าที่ประกาศขายอยู่จำนวน 1.69 ล้านรายการ และมีผู้เข้าชมเว็บ 21 ล้านการเข้าชม/วัน โดยตอนนี้บริษัทอยู่ในช่วงการลงทุนในเมืองไทย และเน้นการพัฒนาการบริการให้เข้ากับการใช้งานของเมืองไทยมากที่สุด







