posttoday
มาเลย์จีบต่างชาติ ตั้งสำนักงานใหญ่ภูมิภาค

มาเลย์จีบต่างชาติ ตั้งสำนักงานใหญ่ภูมิภาค

11 ธันวาคม 2557

ขณะที่ประเทศไทยกำลังมีแผนดึงบริษัทระดับโลกเข้ามาตั้งสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคในไทยมากขึ้น บางประเทศในอาเซียน เช่น มาเลเซีย ได้ดำเนินยุทธศาสตร์ดังกล่าวมาระยะหนึ่งแล้ว โดยตั้งหน่วยงานที่ชื่อว่า อินเวสต์ เคแอล เพื่อปลุกปั้นให้กรุงกัวลาลัมเปอร์และปริมณฑลเป็นเป้าหมายการลงทุนสำคัญในภูมิภาค

ขณะที่ประเทศไทยกำลังมีแผนดึงบริษัทระดับโลกเข้ามาตั้งสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคในไทยมากขึ้น บางประเทศในอาเซียน เช่น มาเลเซีย ได้ดำเนินยุทธศาสตร์ดังกล่าวมาระยะหนึ่งแล้ว โดยตั้งหน่วยงานที่ชื่อว่า อินเวสต์ เคแอล เพื่อปลุกปั้นให้กรุงกัวลาลัมเปอร์และปริมณฑลเป็นเป้าหมายการลงทุนสำคัญในภูมิภาค

โดยเป้าหมายหลักคือ ภายในปี 2563 จะต้องมีบริษัทข้ามชาติประมาณ 100 บริษัทที่ติดอันดับฟอร์จูน 500 และฟอร์บส์ 2000 ตั้งสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบัน สามารถดึงบริษัทชั้นนำมาได้แล้วประมาณ 40 บริษัท เช่น ไอบีเอ็ม ฟิลิปส์

ไซนัล อมันชาห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารอินเวสต์ เคแอล กล่าวว่า ได้กำหนดประเภทอุตสาหกรรมหลักๆ ที่ต้องการจูงใจให้บริษัทข้ามชาติเข้ามาตั้งสำนักงาน ซึ่งสอดคล้องกับการพัฒนาประเทศของมาเลเซีย เช่น อุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ การซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์การก่อสร้างวิศวกรรม ค้าปลีก อุตสาหกรรมอาหาร

ซึ่งจุดเด่นที่ทำให้มาเลเซียเหมาะแก่การเข้ามาตั้งสำนักงานภูมิภาค คือ การมีมาตรการจูงใจต่างๆ ซึ่งอาจจะคล้ายคลึงกับประเทศต่างๆ ในอาเซียน เช่น มาตรการด้านภาษี นอกจากนี้กรุงกัวลาลัมเปอร์ยังมีอีโคซิสเต็มส์ ที่สนับสนุนการลงทุนอย่างครบถ้วน ทั้งส่วนของโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ ท่าเรือ สนามบิน รวมถึงบุคลากรที่มีทักษะการทำงาน สื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี ระบบการศึกษาที่ดี ความร่วมมือของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ขณะที่ต้นทุนในการทำธุรกิจในมาเลเซียก็ถือว่าอยู่ในระดับที่แข่งขันกับประเทศอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“บางบริษัทอาจจะตั้งโรงงานผลิตสินค้าในประเทศไทย แต่เลือกมาตั้งสำนักงานใหญ่ของภูมิภาคในมาเลเซีย ซึ่งที่ผ่านมาเรื่องของเสถียรภาพของรัฐบาลก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้บริษัทต่างชาติเลือกมาตั้งสำนักงานใหญ่ที่มาเลเซีย แทนที่จะเป็นประเทศอื่นในภูมิภาคนี้”

ขณะเดียวกัน แม้อาเซียนจะเป็นภูมิภาคหนึ่งที่น่าลงทุนในสายตาของนักลงทุนต่างชาติ แต่ ไซนัล มองว่า อาเซียนยังต้องพัฒนาอีกหลายด้าน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้ภูมิภาคนี้

ประการแรก คือ เดินหน้าลงทุนด้านทรัพยากรบุคคลต่อไป ซึ่งถือเป็นความท้าทายสำคัญที่สุดของภูมิภาค โดยจะต้องพยายามสร้างบุคลากรที่มีทักษะการทำงานที่ีดี ตอบสนองความต้องการของตลาด สามารถสื่อสารได้หลายภาษา รวมถึงภาษาอังกฤษ สามารถทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีวัฒนธรรมหลากหลายได้

ความท้าทายประการที่สอง คือ การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานจำเป็น เช่น ถนน สนามบิน รถไฟฟ้า เพื่อให้การขนส่งและการเดินทางภายในประเทศและระหว่างประเทศคล่องตัว

ประการที่สาม คือ สนับสนุนการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งปัจจุบันถือว่ามีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศกลุ่มอาเซียน

ทั้งนี้ ประเทศในอาเซียนต้องร่วมกันส่งเสริมการทำวิจัยและพัฒนา (อาร์แอนด์ดี) มากขึ้น สนับสนุนให้มีการสร้างสรรค์นวัตกรรม และสร้างแบรนด์สินค้าของอาเซียนเพื่อนำไปจำหน่ายในตลาดโลก

“ถ้าร่วมมือกันเราจะได้เห็นสินค้าแบรนด์อาเซียนมากขึ้น นอกจากขายภายในภูมิภาคเองแล้ว ก็ต้องเป็นที่รู้จักในระดับโลกด้วย เราต้องการแบรนด์ระดับอาเซียนมากขึ้น เหมือนแบรนด์สายการบินแอร์เอเชียของมาเลเซีย เบียร์ช้างของไทย อยากเห็นแบรนด์จากโลกตะวันออกไปเจาะตลาดโลกตะวันตกมากขึ้น” ไซนัล ทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท