
ข่าวย่อยกองทุน
ยูโอบีขายกองทริกเกอร์ญี่ปุ่น
ยูโอบีขายกองทริกเกอร์ญี่ปุ่น
น.ส.ณัชชา สุนทรธาราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ สายพัฒนาธุรกิจ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ยูโอบี เปิดเผยว่า บริษัทสามารถบริหารกองทุนเปิดเจแปน ทริกเกอร์ ฟันด์ 4% พลัส 4% (JT4P4) สำเร็จตามเป้าหมายการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติครั้งแรก ภายในระยะเวลา 1 เดือน 19 วัน เข้าเงื่อนไขการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติครั้งแรก เมื่อหน่วยลงทุนมีมูลค่าเท่ากับหรือมากกว่า 10.40 บาท/หน่วย และผู้ถือหน่วยจะได้รับเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติในวันที่ 17 ธ.ค. 2557
ทั้งนี้ กองทุนจะถึงเป้าหมายการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติครั้งที่ 2 ต่อเมื่อหน่วยลงทุนมีมูลค่าเท่ากับหรือมากกว่า 10.80 บาท
อย่างไรก็ตาม บลจ.ยูโอบี ยังคงมีมุมที่ดีต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่น จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่ออกมาอย่างต่อเนื่องของประเทศญี่ปุ่น จึงเสนอขายกองทุนเปิดเจแปน ทริกเกอร์ ฟันด์ 4% พลัส 4% (2) (JT4P4 (2)) ระหว่างวันที่ 8-12 ธ.ค. 2557 ผ่านธนาคารทหารไทย และผู้สนับสนุนการขาย
กองทุนมีนโยบายการลงทุนในหุ้นขนาดเล็กและขนาดกลางของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งลงทุนผ่านกองทุนหลัก United Japan Small and Mid Cap Fund จัดตั้งและบริหารจัดการโดย UOB Asset Management Ltd (Singapore) และมอบหมาย Sumitomo Mitsui Asset Management (SMAM) ประเทศญี่ปุ่นเป็นผู้จัดการกองทุนย่อย
ทิสโก้เฮ 5 กองจีนเข้าเป้าพร้อมกัน
นายสาห์รัช ชัฎสุวรรณ ผู้อำนวยการสายการตลาด ธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลและกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทิสโก้ เปิดเผยว่า จากการที่ตลาดหุ้น HSCEI ของจีนปรับตัวขึ้นแรง ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา หลังประกาศลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางจีน ส่งผลให้กองทุนของทิสโก้ที่มีนโยบายลงทุนในตลาดหุ้นจีน ได้แก่ กองทุนทริกเกอร์ฟันด์หุ้นจีน ในซีรีส์ “ทิสโก้ ไชน่า ทริกเกอร์ 8%” กองที่ 6, 7, 8, 15 และกองทุนผสมที่มีนโยบายลงทุนในตลาดหุ้นจีนไม่เกิน 25% ได้แก่ “กองทุนเปิด ทิสโก้ สเปเชียล โบนัส 5F” สร้างผลตอบแทนได้ตามเป้าหมาย จึงเข้าเงื่อนไขเลิกโครงการพร้อมกันถึง 5 กองรวดในวันเดียวกัน
ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนของทิสโก้ เวลธ์ มองตลาดหุ้นจีนยังน่าสนใจ เนื่องจากเป็นหนึ่งในตลาดที่ถูกที่สุดในโลก โดยซื้อขายที่พี/อี ราว 7.5 เท่า และพี/บีเพียง 1 เท่า นอกจากนี้ ยังคาดหวังว่าจะเห็นมาตรการผ่อนคลายจากธนาคารกลางจีนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปรับลดสัดส่วนเงินสำรองของธนาคาร (RRR) รวมถึงการลดดอกเบี้ยต่อเนื่องในปีหน้า และจากมาตรการปฏิรูปเศรษฐกิจจีน ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในภาคการเงิน ช่วยยกระดับมูลค่าของตลาดหุ้นจีนให้ปรับตัวสูงขึ้น







