posttoday
ดิจิทัลอีโคโนมี บูมโลจิสติกส์โตคู่ขนาน

ดิจิทัลอีโคโนมี บูมโลจิสติกส์โตคู่ขนาน

11 ธันวาคม 2557

หลังการระดมความคิดเห็นของภาครัฐและเอกชน เกี่ยวกับการพัฒนาดิจิทัลอีโคโนมี ซึ่งต่างก็มองว่าควรพัฒนาตั้งแต่ฐานรากของระบบ คือ วางโครงสร้างพื้นฐานให้ครอบคลุม เพื่อประชาชนสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้สะดวกขึ้น และควรปรับแก้กฎหมายให้รองรับการทำงานในอนาคต ถึงแม้ว่าจะเปลี่ยนไปเป็นรัฐบาลใดก็ตาม

หลังการระดมความคิดเห็นของภาครัฐและเอกชน เกี่ยวกับการพัฒนาดิจิทัลอีโคโนมี ซึ่งต่างก็มองว่าควรพัฒนาตั้งแต่ฐานรากของระบบ คือ วางโครงสร้างพื้นฐานให้ครอบคลุม เพื่อประชาชนสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้สะดวกขึ้น และควรปรับแก้กฎหมายให้รองรับการทำงานในอนาคต ถึงแม้ว่าจะเปลี่ยนไปเป็นรัฐบาลใดก็ตาม

ขณะที่ทางภาคเอกชนเอง ต้องการให้เพิ่มใน 4 ด้าน คือ โครงสร้างพื้นฐาน ธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิิกส์ หรืออีคอมเมิร์ซ การพัฒนาบุคลากรไอที และพัฒนาภาครัฐ ให้เชื่อมโยงการทำงานรัฐกับเอกชนให้ง่ายขึ้น เพื่อกระตุ้นให้ไทยกลายเป็นประเทศที่มีเทคโนโลยีทันสมัยเทียบกับต่างชาติ

ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Tarad.com กล่าวว่า นโยบายที่ทางภาคเอกชนเสนอมานั้น ถือว่าเป็นการช่วยภาครัฐเก็บข้อมูลและสรุปปัญหาของคนทำงานไอทีที่ต้องเจอในปัจจุบัน เพื่อให้ภาครัฐสามารถสานต่อนโยบายดิจิทัลอีโคโนมีต่อไปได้อย่างถูกต้องและตรงกับความต้องการของคนทำงานอย่างแท้จริง

“ปัญหาที่ภาคเอกชนสรุปมานั้น ก็จะเน้นไปในเรื่องของการทำงานและทิศทางที่คล้ายกับสิ่งที่ภาครัฐประกาศออกมา ไม่ว่าจะเป็น 1.โครงสร้างพื้นฐาน 2.คนทำงานไอทีที่ยังขาดแคลน 3.ธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่มีแนวโน้มการเติบโตในทิศทางที่ดี 4.E-Government ซึ่งหากรัฐแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ จะสามารถเดินหน้าประเทศไทยให้เติบโตได้อย่างแน่นอน โดยทางภาครัฐเองก็มองว่าการทำงานไอทีทั้งสองฝ่ายควรจะร่วมมือกัน แค่นี้ก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีของคนทำงานแล้ว ที่เหลือคือการลงมือทำทันที” ภาวุธ กล่าว

อดิเรก ปฏิทัศน์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและสารสนเทศไทย หรือเอทีซีไอ กล่าวว่า การสนับสนุนเรื่องดิจิทัลอีโคโนมีของภาครัฐ ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีและบทบาทสำคัญที่ควรทำอย่างเร่งด่วน นอกจากการเพิ่มอินฟราสตรัคเจอร์ นั่นคือ การปรับแก้กระบวนการทำงานขอหน่วยงานภาครัฐให้ทันสมัย พัฒนาข้าราชการให้มีความสามารถทัดเทียมภาคเอกชน

“หากต้องการพัฒนาสู่รัฐบาลดิจิทัลนั้น ต้องปรับกระบวนการทำงาน กฎหมายและกฎระเบียบที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการทำงานแบบดิจิทัล รวมทั้งการปรับแก้โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลและสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบโอเพนดาต้า ถือว่าเป็นการปฏิรูปการประสานงานระหว่างรัฐและเอกชน (Government to Business หรือ GtoB) ลดความเหลื่อมล้ำในการใช้ข้อมูลเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ภาคเอกชนในการพัฒนานวัตกรรมและสร้างผู้ประกอบการใหม่” อดิเรก กล่าว

นอกจากนี้ การเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ 3 หมื่นล้านบาท มาจากกลุ่มธุรกิจที่มีอยู่เดิมและโตขึ้นจากฐานลูกค้าที่มีอยู่เดิม ดังนั้นอัตราการเติบโตของอีคอมเมิร์ซที่คาดการณ์เฉลี่ยปีละ 30-35% นั้น มาจากกลุ่มเอสเอ็มอีขนาดเล็ก ในขณะที่กลุ่มอีคอมเมิร์ซรุ่นใหม่จะโตแค่ 10-15% เท่านั้น จากตัวเลขของกระทรวงการคลังที่แบ่งการเติบโตของกลุ่มไอทีนั้น มาจากภาคอุตสาหกรรม 20% และกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไป 80%

ผรินทร์ สงฆ์ประชา กรรมการบริหารสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจอีคอมเมิร์ซไทย กล่าวว่า นอกจากการเติบโตของอีคอมเมิร์ซแล้ว ด้านระบบโลจิติกส์ก็เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มองว่ามีโอกาสโตควบคู่กันไป ในแง่ของภาคธุรกิจมองว่าระบบเดลิเวอรี่มีแนวโน้มจะโตมากกว่าธุรกิจอีคอมเมิร์ซประมาณ 1-2% หากอีคอมเมิร์ซด้านการซื้อขายสินค้าโตจริง การขนส่งก็เป็นเรื่องที่ละเลยไม่ได้

“ระบบเดลิเวอรี่หรือช่องทางการขนส่งในประเทศไทยนั้น ไม่ได้มีการแข่งขันรุนแรงเหมือนต่างประเทศ เป็นการทำธุรกิจแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย หากมั่นใจว่าบริษัทใดแข็งแกร่งในท้องที่ใด ก็จะช่วยเหลือกันไป ซึ่งการทำงานแบบเกื้อหนุนกันนี้ จะช่วยให้การเติบโตไปในทิศดีขึ้น ซึ่งธุรกิจขนาดกลางยอมจ่ายราคาสูงเพื่อการขนส่งที่ดี ขณะที่รายเล็กเน้นเรื่องประหยัดต้นทุนมากกว่า หากมีการสนับสนุนแบบเอื้ออำนวยต่อธุรกิจ ระบบโลจิสติกส์ก็ดุเดือดไม่แพ้เว็บไซต์และเพย์เมนต์อย่างแน่นอน” ผรินทร์ กล่าว

การออกนโยบายดิจิทัลอีโคโนมีทั้งภาครัฐและเอกชนจะสำเร็จหรือไม่นั้น ต้องติดตามเรื่องกฎหมายและนโยบายที่ชัดเจน เพราะถือว่าเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนที่ส่งผลต่อทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชน ซึ่งต้องรอดูในต้นปีหน้าจะมีข้อสรุปในทิศทางใด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท