posttoday
มิชชัน(อิม)พอสซิเบิล 4 บริการใหม่ บอร์ดกทช.สิ้นปีนี้?

มิชชัน(อิม)พอสซิเบิล 4 บริการใหม่ บอร์ดกทช.สิ้นปีนี้?

10 มิถุนายน 2553

 

 

กทช. ชุดใหม่เครื่องร้อน

หลังคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ชุดใหม่ เข้าทำหน้าที่อย่างเต็มตัวเมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าจะได้เห็นนโยบายใหม่ๆ ทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งดูแตกต่างไปจากการทำงานของ กทช.ชุดเดิมค่อนข้างมาก ซึ่งไม่ค่อยได้เห็นโครงการที่เป็นรูปธรรมชัดเจนมากนัก และแต่ละโครงการที่ กทช.ชุดใหม่พยายามผลักดัน ล้วนถูกขีดเส้นให้เสร็จในปีนี้ทั้งสิ้น

เริ่มจากบริการคงสิทธิเลขหมาย (นัมเบอร์พอร์ทิบิลิตี) ที่เปิดให้ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือสามารถเปลี่ยนระบบไปใช้ค่ายอื่น แต่ยังคงเบอร์เดิมไว้ได้ ซึ่งได้ออกหลักเกณฑ์นี้ไปตั้งแต่ปลายปี 2552 ที่ผ่านมา และกำหนดเสร็จที่ กทช. วางไว้คือ เดือน พ.ย. 2552 แต่เนื่องจากการดำเนินการดังกล่าวต้องใช้เวลา โดยเฉพาะหน่วยงานกลางเพื่อตรวจวัดการใช้งาน (เคลียริงเฮาส์) และระบบหลังบ้าน ดังนั้น กทช.ได้ขยายเวลาให้จนถึงสิ้นเดือน ส.ค.นี้ และออกมาตรการว่า หากไม่สามารถให้บริการได้ ผู้ให้บริการจะถูกตัดสิทธิเข้าประมูลใบอนุญาตให้บริการ (ไลเซนส์) 3.9จี

อย่างไรก็ตาม การตัดสิทธิครั้งนี้อยู่บนหลักการและเหตุผล คือหากล่าช้าเพราะความจำเป็นที่รับได้ กทช.อาจจะไม่ลงโทษรุนแรง แต่เบื้องต้นผู้ให้บริการทั้ง 5 ราย คือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค บริษัท ทรูมูฟ บริษัท ทีโอที และบริษัท กสท โทรคมนาคม ก็เตรียมฟ้องศาลปกครอง เพื่อคุ้มครองฉุกเฉิน เพราะมั่นใจว่าเสร็จไม่ทันเดือน ส.ค.นี้อย่างแน่นอน

โครงการต่อมาที่ได้อนุมัติในหลักเกณฑ์ไปแล้ว แต่จะมีผลบังคับใช้วันที่ 1 ก.ย. เป็นต้นไป คือ การคิดค่าบริการโทร.ในเครือข่าย (ออนเน็ต) เท่ากับนอกเครือข่าย (ออฟเน็ต) เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับผู้ใช้บริการ ที่ไม่ควรต้องแบกรับค่าบริการที่แพงขึ้น ทั้งที่ไม่รู้ว่าเบอร์ที่โทร.ไปนั้นเป็นโครงข่ายใด และไม่ต้องการให้ผู้ให้บริการรายใหญ่นำกำไรที่ได้จากการชาร์จค่าโทร.นอกเครือข่ายไปชดเชยค่าโทร.ในโครงข่ายให้ถูกลง เพื่อดึงลูกค้าเข้าสู่ระบบของตัวเองให้ได้มากที่สุด

สำหรับบริการดังกล่าว แม้จะถูกผู้ให้บริการไม่เห็นด้วย เพราะถือเป็นกลยุทธ์ทางการตลาด และการคิดค่าบริการนอกโครงข่ายที่แพงขึ้นนั้น เพราะมีต้นทุนที่ต้องจ่ายค่าเชื่อมโยงโครงข่ายระหว่างกัน แต่ กทช.ก็ยังยืนยันที่จะเดินหน้าต่อ โดยยึดความเป็นธรรมของผู้ใช้บริการเป็นหลัก

นอกจากเดือน ก.ย. จะได้เห็นค่าโทร.ออนเน็ตออฟเน็ตราคาเท่ากันแล้ว ยังมีไลเซนส์ 3.9จี ที่ถูกเขย่ามาจากโครงสร้างเดิมคือ 3จี แต่ด้วยความที่ 3จี ล่าช้ามากเกินไปแล้ว กทช.จึงปรับเปลี่ยนสู่เทคโนโลยีใหม่ที่ยังคงพัฒนาบนคลื่นความถี่เดิม 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ซึ่งขณะนี้เหลือเพียงขั้นตอนการเปิดรับฟังความเห็น (ประชาพิจารณ์) วันที่ 25 มิ.ย.นี้ ก่อนจะเปิดให้เอกชนยื่นประมูลในช่วงเดือน ส.ค. และคาดว่าภายใน ธ.ค.นี้ คนไทยจะได้ใช้บริการ 3.9จี แน่!!!

สำหรับรูปแบบการให้ไลเซนส์ที่สรุปแล้วคือ แบ่งเป็น 3 ใบ ใบละ 15 เมกะเฮิรตซ์ ราคาเริ่มต้นที่ 1 หมื่นล้านบาท เพื่อให้ได้ราคาจริงที่ 1.54 หมื่นล้านบาท ระยะ 15 ปี คาดจะมีเงินลงทุนสะพัดรวม 3 แสนล้านบาท

ส่วนบริการสุดท้ายที่ กทช.เพิ่งจะประกาศไปเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ที่ผ่านมา คือบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (ไวร์เลส บรอดแบนด์ แอ็กเซส) เพื่อกระจายการใช้งานบรอดแบนด์ให้เข้าถึงทั่วประเทศ แบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ เชิงพาณิชย์ในกลุ่มที่มีการใช้งานสูง และกลุ่มพื้นที่ห่างไกล หรือลักษณะเดียวกับบริการสาธารณะแบบทั่วถึง (ยูเอสโอ) ซึ่งจะนำร่อง 4 จังหวัด จากที่ กทช.กำหนดไว้ 1520 จังหวัด

ทั้งนี้ บริการบรอดแบนด์ไวร์เลสนั้นจะใช้คลื่นความถี่ 2 ย่าน คือ 2.3 กิกะเฮิรตซ์ และ 2.5 กิกะเฮิรตซ์ ซึ่งเบื้องต้น กทช.ต้องเรียกคืนคลื่นความถี่ย่าน 2.3 กิกะเฮิรตซ์ คืนจากทีโอที เพราะปัจจุบันทีโอทีถือครองอยู่ 64 เมกะเฮิรตซ์ แต่ไม่ได้ใช้งาน จึงจะนำมาจัดสรรใหม่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่หากทีโอทีต้องการเป็นผู้ให้บริการ สามารถเก็บคลื่นไว้ได้ที่ 30 เมกะเฮิรตซ์

ทั้ง 4 บริการ กทช.ชุดใหม่ประกาศว่า จะต้องเกิดขึ้นภายในปีนี้ ซึ่งจะถือเป็นภาพลักษณ์การทำงานที่รวดเร็วไม่เชื่องช้าแบบที่เป็นมา แต่จะ “คิดใหม่ ทำใหม่” ได้ตามที่ลั่นไว้มากน้อยแค่ไหนนั้น กทช.นั่นเองที่เป็น “คำตอบสุดท้าย”ว่าทุกอย่างจะเกิดขึ้นตามที่สัญญาไว้จริงๆ

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน