
ดีนฯชูโมเดลไทยรุกทั่วโลก
ดีน แอนด์ เดลูก้า แย้มหลังเปลี่ยนเจ้าของจากสหรัฐเป็นไทยกลุ่มเพซฯ ลั่นผุดปีละ 3 แห่ง
ดีน แอนด์ เดลูก้า แย้มหลังเปลี่ยนเจ้าของจากสหรัฐเป็นไทยกลุ่มเพซฯ ลั่นผุดปีละ 3 แห่ง
นายจอห์น บาร์ตัน ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท ดีน แอนด์ เดลูก้า ประเทศไทย ผู้บริหารร้านอาหารและเครื่องดื่ม แบรนด์ ดีน แอนด์ เดลูก้า เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจของดีน แอนด์ เดลูก้า จากนี้ หลังที่บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น ได้เข้าซื้อกิจการจากบริษัท ดีน แอนด์ เดลูก้า โฮลดิ้งส์ อิงค์ นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ไปเมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา จะเปลี่ยนเป็นบริษัทสัญชาติไทย พร้อมกับมีแผนเร่งขยายสาขาให้เพิ่มขึ้น จากเดิมจะขยายสาขาเฉลี่ยปีละ 1 สาขา มาเป็น 2-3 สาขา/ปี โดยในไทยตั้งเป้าจะมีทั้งหมด 20 สาขาทั่วประเทศภายในปี 2563
นอกจากนี้ จะใช้แนวทางขยายธุรกิจในไทยไปขยายตลาดทั่วโลก เพราะศักยภาพของแบรนด์จะทำให้สามารถเติบโตได้ต่อไปทั่วโลก โดยปัจจุบันร้านดีน แอนด์ เดลูก้า มีร้านสาขาทั้งหมด 41 สาขา แบ่งเป็นในสหรัฐ 11 สาขา ญี่ปุ่น 18 สาขา สิงคโปร์ 3 สาขา เกาหลี 3 สาขา คูเวต 1 สาขา ดูไบ 1 สาขา และในไทย 4 สาขา หรือเฉลี่ยเปิดปีละ 1 สาขา
ทั้งนี้ หลังจากที่ทางเพซฯ ได้ซื้อสิทธิเข้ามาขยายธุรกิจในไทยช่วง 4 ปีที่ผ่านมา อยู่ในช่วงสร้างการรับรู้ของแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ทำให้ไม่ได้รุกลงทุนขยายสาขาใหม่มากนัก แต่นับตั้งแต่ปีหน้าพร้อมเปิดสาขาให้ได้มากกว่าที่ผ่านมา ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดที่เป็นเมืองท่องเที่ยว เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต และจังหวัดในภาคอีสาน
ด้านรูปแบบสาขาจะเน้นแบบคาเฟ่ ที่สร้างยอดขายและติดตลาดได้เร็ว เมื่อเทียบกับอีก 2 รูปแบบที่มีอยู่ คือ รูปแบบเรียกว่าไฮบริด ที่ผสมผสานระหว่างคาเฟ่ และร้านค้าปลีกจำหน่ายสินค้า และอีกหนึ่งรูปแบบกูร์เมต์ ฟู้ดฮอลล์ มาร์เก็ต ที่ถือว่าเป็นรูปแบบที่สร้างการรับรู้ของแบรนด์ไปทั่วโลก ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม ตลอดจนสินค้าภายใต้แบรนด์ของตัวเอง และสินค้านำเข้าแบบเอ็กซ์คลูซีฟ โดยล่าสุดได้นำเข้าพรีเมียมเบียร์ บอร์รีอาลีส จากประเทศแคนาดามาจำหน่ายในร้าน ซึ่งไทยเป็นประเทศแรกที่เปิดตัว ล็อตแรกเดือน ธ.ค.นำเข้ามา 3,000 ขวด และล็อตต่อไปจะเพิ่มการนำเข้า 20-30%
สำหรับเบียร์ บอร์รีอาลีส ถือเป็นหนึ่งในสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟที่ขายเฉพาะในร้านดีนฯ ซึ่งตั้งเป้าที่จะเพิ่มสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟให้มากขึ้น จากปัจจุบันมีประมาณ 40 รายการ ส่วนภาพรวมตลาดของดีน แอนด์ เดลูก้าในไทย มียอดขายเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากสหรัฐและญี่ปุ่น มีลูกค้าใช้บริการเฉลี่ย 2,000 คน/วัน แบ่งเป็นคนไทย 65-70% และต่างชาติ 30-35%







