posttoday
หุ้นกู้เอกชนฟัดพันธบัตรไทยเข้มแข็ง

หุ้นกู้เอกชนฟัดพันธบัตรไทยเข้มแข็ง

10 มิถุนายน 2553

 

ยอด3วันขาย6หมื่นล้านบาทหุ้นกู้แบงก์กรุงศรีขายเกลี้ยงโพสต์ทูเดย์ — ยอดขายพันธบัตรไทยเข้มแข็งวันที่ 3 กระเตื้องกว่า 6 หมื่นล้านบาท หลังเปิดให้ประชาชนทั่วไปจองซื้อวันแรก ยันแม้ขายไม่หมดก็ไม่ปรับเงื่อนไข

นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า ผลการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็ง วงเงินรวม 1 แสนล้านบาท อายุ 6 ปี ดอกเบี้ยเฉลี่ย 4.164.17% ต่อปี ในวันที่ 9 มิ.ย. ซึ่งเป็นวันที่สามของการจำหน่าย

ทั้งนี้ จะเป็นวันแรกที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปได้สิทธิจองซื้อ หลังจากสองวันก่อนหน้านี้ให้สิทธิผู้สูงอายุก่อน ปรากฏว่าสามารถจำหน่ายได้ไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นล้านบาทภายในวันเดียว ทำให้รวมสามวันจำหน่ายพันธบัตรได้แล้วกว่า 6 หมื่นล้านบาท ซึ่งหากประชาชนยังให้ความสนใจเข้ามาจองซื้ออย่างต่อเนื่องในอีก 2 วันที่เหลือ ก็น่าจะจำหน่ายได้หมดทั้งวงเงิน 1 แสนล้านบาท

อย่างไรก็ดี ยอมรับว่าการที่กระทรวงการคลังกำหนดวงเงินจองซื้อขั้นต่ำ 1 หมื่นบาท และสูงสุดไว้ไม่เกิน 1 ล้านบาทนั้น เพราะต้องการกระจายให้ทั่วถึง ซึ่งหากจำหน่ายครบวงเงินก็ต้องมีผู้ซื้อถึงประมาณ 1 แสนราย ดังนั้นจึงอาจจะค่อนข้างลำบาก ยืนยันว่าในกรณีที่จำหน่ายไม่หมดทั้งวงเงิน 1 แสนล้านบาท ก็คงไม่มีการปรับเงื่อนไขการจองซื้อ เนื่องจากกระทรวงการคลังไม่ได้มีความต้องการเงินในการออกพันธบัตรออมทรัพย์ เพียงแต่ต้องการสนับสนุนให้ประชาชนออมเงินมากกว่า

"แค่การเปิดขายในช่วงเช้า ก็สามารถจำหน่ายพันธบัตรได้ถึง 3 หมื่นล้านบาทแล้ว อย่างไรก็ดี ในวันที่ 10 มิ.ย.นี้ นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง จะแถลงข่าวความคืบหน้าการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็ง ปีงบประมาณ 2553 ครั้งที่ 1 ให้ทราบอย่างเป็นทางการอีกครั้ง " นายจักรกฤศฏิ์กล่าว รายงานข่าวจากธนาคารทหารไทย แจ้งว่า ในที่ 9 มิ.ย. ธนาคารจำหน่ายพันธบัตรไทยเข้มแข็งได้กว่า 2,600 ล้านบาท โดยในกรุงเทพมหานคร จำหน่ายได้กว่า 1,600 ล้านบาท ส่วนต่างจังหวัดเกือบ 1,000 ล้านบาท คิดเป็นยอดเฉลี่ยการจองต่อรายประมาณ 7 แสนบาท

ด้านธนาคารกสิกรไทย แจ้งว่า ผลการเปิดให้จองซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็ง ณ สิ้นวันที่ 9 มิ.ย. ธนาคารกสิกรไทยมียอดการจองซื้อรวมเป็นจำนวน 1.02 หมื่นล้านบาท มีลูกค้าติดต่อจองซื้อทั้งสิ้น 1.33 หมื่นราย และมีลูกค้าที่ได้รับจัดสรรทั้งสิ้น 1.33 หมื่นราย จากที่ธนาคารกสิกรไทยได้รับจัดสรรพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งจากกระทรวงการคลังมาทั้งสิ้น 1.4 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ สำหรับยอดการจองซื้อรวมเฉพาะใน 2 วันแรก (78 มิ.ย.) ซึ่งเป็นรอบที่เปิดให้เฉพาะผู้มีอายุ 60 ปี ขึ้นไป ธนาคารกสิกรไทยมียอดจองซื้อรวมประมาณ 4,000 ล้านบาท

นายมาร์ค อาร์โนลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ธนาคารได้เสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ครั้งที่ 1/2553 แก่นักลงทุนสถาบัน และนักลงทุนทั่วไป จำนวน 1.2 หมื่นล้านบาท โดยจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 722 มิ.ย. 2553 ปรากฏว่านับตั้งแต่เริ่มจำหน่าย มีนักลงทุนให้ความสนใจหุ้นกู้ด้อยสิทธิดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ทำให้ขายหมดภายใน 2 วันแรก

ดังนั้น เพื่อตอบสนองความต้องการของนักลงทุน ธนาคารจึงนำหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่สำรองไว้จำนวน 8,000 ล้านบาท มาเสนอขายแก่นักลงทุนที่ต้องการ โดยขณะนี้ยังมีจำหน่ายที่สาขา

“ธนาคารมีความยินดีที่นักลงทุนทั้งสถาบันและบุคคลทั่วไปให้การตอบรับหุ้นกู้ด้อยสิทธิของธนาคารเป็นอย่างดียิ่ง ทำให้จำนวนหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่ตั้งไว้ในครั้งแรกจำนวน 1.2 หมื่นล้านบาท จำหน่ายหมดอย่างรวดเร็ว ซึ่งแสดงถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อธนาคารและเศรษฐกิจของประเทศไทย” นายมาร์ค กล่าว

การเสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิของธนาคาร เพื่อจัดหาเงินทุนระยะยาวเพื่อรองรับการขยายสินเชื่อ และเสริมความแข็งแกร่งของเงินกองทุนชั้นที่ 2 ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 2.75%

สำหรับอัตราผลตอบแทน ปีที่ 13 เท่ากับ 4.35% และปีที่ 46 เท่ากับ 4.75% และปีที่เหลือเท่ากับ 5.5% จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน จองซื้อขั้นต่ำ 5 หมื่นบาท และทวีคูณของ 5 หมื่นบาท ทั้งนี้ บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด และบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้จัดอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ดังกล่าวที่ระดับ A+

ด้านบรรยากาศการขายพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็ง สำหรับประชาชนทั่วไปวันแรก ไม่คึกคักเท่าที่ควร ส่วนใหญ่แต่ละธนาคารยังมีธนบัตรเหลือ เช่น ธนาคารไทยพาณิชย์ จำหน่ายได้ 4,680 ล้านบาท รวม 3 วันจำหน่ายได้ 8,300 ล้านบาท จากยอดจัดสรร 1.8 หมื่นล้านบาท ธนาคารกรุงไทย รวม 3 วันจำหน่ายได้ 11,160 ล้านบาท จากยอดจัดสรร 1.8 หมื่นล้านบาท

นายประสิทธิ์ชัย ภวสัจจานันท์ อายุ 44 ปี พนักงานฝ่ายกฎหมาย ธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งเป็นผู้ซื้อพันธบัตรรายแรก เดินทางมาถึงเวลา 05.00 น. เปิดเผยว่า ตั้งใจซื้อพันธบัตรจำนวน 5 แสนบาท เนื่องจากมองว่าได้ผลตอบแทนดีกว่าเงินฝาก เพราะตอนนี้ดอกเบี้ยเฉลี่ยดอกเบี้ยเงินฝากไม่ถึงบาท แต่ดอกเบี้ยของพันธบัตรล็อตนี้เมื่อหักภาษีดอกเบี้ยแล้วจะได้เฉลี่ย 3% กว่า ถือว่าอยู่ในระดับดีกว่าฝากเงินทั่วไป โดยมีการถอนเงินฝากมาลงทุนพันธบัตรล็อตนี้.

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการเปิดให้จองซื้อพันธบัตรไทยเข้มแข็งของรัฐบาลวงเงิน1แสนล้านบาท ที่เปิดให้ผู้สูงอายุจองซื้อก่อน2วันแรกคือ78มิ.ย.นั้นปรากฎว่า ผู้สูงอายุมีการจองซื้อแค่3หมื่นล้านบาทเท่านั้น จากวงเงินพันธบัตรทั้งหมด1 แสนล้านบาท เหตุผลส่วนหนึ่งที่พันธบัตรไทยเข้มแข็งลอตนี้ได้รับความสนใจน้อย เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่เป็นขั้นบันได้เฉลี่ย4.16% ไม่จูงใจและต้องเสียภาษีเงินได้15% ด้วย ขณะที่ในช่วงเวลาเดียวกันบริษัทเอกชนต่างมีการเสนอขายหุ้นกู้ออกมาจำนวนมาก พร้อมจ่ายอัตราตราดอกเบี้ยที่มากกว่า เช่นกรณีหุ้นกู้ของดับเบิ้ลเอ แม้จะอายุแค่3 ปีแต่จ่ายผลตอบแทนสูงถึง6%

สำหรับวันที่ 911 มิ.ย. นี้จะเปิดจำหน่ายให้ประชาชนทั่วไป ในวงเงินซื้อขั้นต่ำ 10,000 บาท และไม่เกิน 1 ล้านบาท

ส่วนผลตอบแทนพันธบัตรครั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยปีที่ 12 อยู่ที่ร้อยละ 3 ปีที่ 34 อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 ปีที่ 5 อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5 และปีที่ 6 อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6 หรือดอกเบี้ยเฉลี่ยร้อยละ 4.16 จ่ายดอกเบี้ยปีละ 2 งวด กำหนดการซื้อวงเงินขั้นต่ำ 1 หมื่นบาท และเพดานสูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย

ธนาคารที่จำหน่าย ประกอบด้วย ธนาคารกรุงเทพ วงเงินจำหน่ายรวม 2 หมื่นล้านบาท ธนาคารกรุงไทย วงเงินจำหน่ายรวม 1.8 หมื่นล้านบาท ธนาคารกสิกรไทย วงเงินรวม 1.4 หมื่นล้านบาท ธนาคารไทยพาณิชย์ วงเงินรวม 1.4 หมื่นล้านบาท ธนาคารกรุงศรีอยุธยา วงเงินรวม 7.9 พันล้านบาท ธนาคารออมสิน วงเงินรวม 7.8 พันล้านบาท

ธนาคารทหารไทย วงเงินรวม 6 พันล้านบาท ธนาคารนครหลวงไทยและธนาคารธนชาต วงเงินรวม 4 พันล้านบาท ธนาคารยูโอบี วงเงินรวม 2 พันล้านบาท ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย วงเงิน 1 พันล้านบาท และธนาคารซิตี้แบงก์ วงเงิน 300 ล้านบาท

 

รายงานข่าวจาก ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) แจ้งผลการเปิดให้จองซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็ง ในปีงบประมาณ 2553 ครั้งที่ 1 ณ สิ้นวันที่ 9 มิถุนายน 2553 ธนาคารกสิกรไทยมียอดการจองซื้อรวมเป็นจำนวน 10,200 ล้านบาท มีลูกค้าติดต่อจองซื้อทั้งสิ้น 13,388 ราย และมีลูกค้าที่ได้รับจัดสรรทั้งสิ้น 13,388 ราย จากที่ธนาคารกสิกรไทยได้รับจัดสรรพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งจากกระทรวงการคลังมาทั้งสิ้น 14,000ล้านบาท

ทั้งนี้สำหรับยอดการจองซื้อรวมเฉพาะใน 2 วันแรก (78 มิ.ย.) ซึ่งเป็นรอบที่เปิดให้เฉพาะผู้มีอายุ 60 ปี ขึ้นไป ธนาคารกสิกรไทยมียอดจองซื้อรวมประมาณ 4,000 ล้านบาท

ผอ.สบน.เผย ยอดซื้อพันธบัตรไทยเข้มแข็งหด หลังปัญหาการเมืองวุ่นวายหนัก หวังนักลงทุนทั่วไทยจะแห่ซื้อมากกว่าผู้สูงอายุ ระบุ ไม่หวั่นขายไม่หมด เพราะไม่ต้องการเงินมาใช้เพียงแค่จะนำไปรีไฟแนนซ์

เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยกับ ไทยรัฐออนไลน์ ถึงยอดจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็ง2 วันที่ผ่านมาว่า ยอดจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งอายุ 6 ปี ดอกเบี้ยเฉลี่ย ร้อยละ 4.166 โดย 2 วันแรกมีผู้สูงอายุซื้อทั้งสิ้นประมาณ 3.73.8 หมื่นราย วงเงินรวมครึ่งวันเช้าของวันนี้ มีประมาณ 6.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดว่าสาเหตุที่มีผู้จองซื้อต่ำกว่าเป้าที่คาดไว้เนื่องจาก การเลื่อนการเปิดขายจากกำหนดเดิมถึง 2 ครั้ง ประกอบกับสถานการณ์ทางการเมืองที่วุ่นวาย จึงทำให้นักลงทุนบางส่วนไปสนใจเรื่องเหตุการณ์บ้านเมืองมากกว่า รวมถึงการจำกัดวงเงินการซื้อสูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท จึงทำให้ประชาชนบางส่วนที่เห็นว่าสถานการณ์ไม่ค่อยดีและวงเงินการลงทุนเพียงเล็กน้อยจึงไม่สนใจที่จะนำเงินออกมาซื้อ

"การซื้อหรือการจองก็ต่ำกว่าคาดหน่อยเราคิดว่าดีมานน่าจะมีมากกว่านี้เยอะ แต่ที่จำหน่ายไป 2 วันแรก ประมาณ 3 หมื่นล้าน สำหรับวันนี้สถานการณ์ก็ดีขึ้นสำหรับบุคคลทั่วไปผู้มีสิทธิ์จองซื้อทั่วไป จนถึงตอนนี้จำหน่ายไปประมาณ 6.3 หมื่นลันบาท ที่จริงเราไม่ได้กำหนดเป้าของผู้สูงอายุแต่เราคาดว่าจะมามาก เพราะว่าคราวที่แล้วเราจำหน่ายให้ผู้สูงอายุถึง 7 หมื่นราย แต่งวดนี้เข้ามาประมาณ 3.73.8 หมื่นราย ในช่วง 2 วันแรก "ผอ.สบน. กล่าว

ต่อข้อถามที่ว่า การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาทองคำเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้นักลงทุนหันไปลงทุนในทองคำมากกว่าหรือไม่ นายจักรกฤศฏิ์ กล่าวว่า ไม่น่าจะมีผล เนื่องจาก ราคาทองคำได้ปรับตัวขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

ส่วนกรณีที่กระทรวงการคลังเคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่า สาเหตุที่ยอดขายพันธบัตรไม่สูงเนื่องจากกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี