posttoday
สรท.ร้องคุมค่าขนส่งทางเรือ

สรท.ร้องคุมค่าขนส่งทางเรือ

10 ธันวาคม 2557

สรท.ร้องกรมการค้าภายในเบรก 7 สายเดินเรือขึ้นค่าภาระหน้าท่า ชี้กระทบความสามารถส่งออก

สรท.ร้องกรมการค้าภายในเบรก 7 สายเดินเรือขึ้นค่าภาระหน้าท่า ชี้กระทบความสามารถส่งออก

นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า สรท.จะทำหนังสือถึงกรมการค้าภายในให้จัดประชุมเพื่อแก้ปัญหาขึ้นค่าภาระหน้าท่า (THC) หลัง 7 สายเดินเรือขนาดใหญ่ประกาศจะปรับขึ้นค่าภาระหน้าท่าในวันที่ 1 ม.ค. 2558 โดยตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต จะปรับภาระหน้าท่าจาก 2,600 บาท/ตู้ เป็น 4,400 บาท/ตู้ หรือเพิ่มขึ้น 69.23% พร้อมทั้งเพิ่มค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าเอกสารการวางบิล (B/L) และค่ายกตู้ ส่งผลให้ผู้ส่งออกมีภาระเพิ่มขึ้น 9,920 ล้านบาท/ปี

“สรท.เห็นว่าการปรับขึ้นครั้งนี้ไม่สมเหตุสมผล อีกทั้งค่าใช้จ่ายที่ปรับขึ้นส่วนใหญ่รวมอยู่ในค่าระวางเรือแล้ว ซึ่งกรมการค้าภายในต้องเจรจากับ 7 สายเดินเรือ เพื่อเบรกไม่ให้มีการปรับขึ้นค่าภาระหน้าท่า และคงอัตราค่าบริการต่างๆ ไว้ แต่หากจะมีการปรับค่าบริการ ก็ขอให้รอผลการศึกษาโครงสร้างต้นทุนขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศและดัชนีค่าระวางเรือก่อน” นายนพพร กล่าว

นายนพพร ระบุว่า หากภาครัฐไม่มีกลไกเข้าไปดำเนินการในเรื่องนี้จะส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถแข่งขันส่งออกของไทย รวมทั้งนโยบายเทรดดิ้งเนชั่น

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีสายเดินเรือทั้งรายเล็กและรายใหญ่ 40 สาย ล่าสุดมี 7 สายเดินเรือ ได้แก่ SITC, Hanjin, Yang Ming, OOCL, Evergreen, China Shipping และ Wan Hai ประกาศว่าจะปรับขึ้นค่าภาระหน้าท่าในอัตราใหม่วันที่ 1 ม.ค. 2558 และอีก 16 สายเดินเรือขนาดใหญ่ก็มีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นค่าภาระหน้าท่าเช่นกัน

นายไพบูลย์ พลสุวรรณา ที่ปรึกษา สรท. กล่าวว่า สรท.ต้องการให้กระทรวงพาณิชย์เข้ามาดูแลและให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ส่งออกไทย เพราะต้นทุนค่าขนส่งที่ไม่สะท้อนความเป็นจริง และทำให้การส่งออกของไทยเสียเปรียบคู่แข่ง จึงหวังว่ารัฐบาลจะใส่ใจในเรื่องนี้ โดยอาจอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการเข้ามาจัดการ เพื่อไม่ให้เกิดการค้ากำไรเกินควรและการผูกขาด

นายวัลลภ วิตนากร รองประธาน สรท. กล่าวว่า จะนำเรื่องนี้เข้าหารือในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ก่อนเสนอให้คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) พิจารณาแก้ปัญหาต่อไป

ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯแสดงความเป็นห่วงภาวะเศรษฐกิจโลก เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์ประเทศในเขตเศรษฐกิจหลักๆ ยังไม่ดีนัก ทั้งสหรัฐ ยุโรป จีน และญี่ปุ่น พร้อมทั้งสั่งการให้ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกฯ ติดตามสถานการณ์และหามาตรการรับมือด้วย

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม กล่าวว่า มีความเป็นไปได้สูงที่กระทรวงคมนาคมจะจัดตั้งกองทุนรวมลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเป็นช่องทางระดมเงินทุนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของประเทศ เช่น รถไฟฟ้า ถนน สนามบิน และท่าเรือ เนื่องจากมีข้อดี คือ ไม่เป็นภาระต่องบประมาณและหนี้สาธารณะ โดยจะมีการตั้งคณะทำงาน 2 ชุดเพื่่อศึกษาในเรื่องนี้ คาดว่าจะได้ข้อสรุปเดือน มี.ค.ปีหน้า

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ