
สั่งร่นเวลาคืนภาษี แก้กม.ดูแลลงทุน
วิษณุชง 3 มาตรการเพิ่มความรวดเร็วติดต่อราชการ ทำคู่มือนักลงทุน-ใช้ไอทีลดปัญหาดองเรื่อง
วิษณุชง 3 มาตรการเพิ่มความรวดเร็วติดต่อราชการ ทำคู่มือนักลงทุน-ใช้ไอทีลดปัญหาดองเรื่อง
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้เสนอ 3 มาตรการที่จะสร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุนต่างประเทศที่เข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย และต้องติดต่อกับระบบราชการไทยให้เป็นไปด้วยความสะดวกและรวดเร็วต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อดำเนินการต่อไป
ประกอบด้วย 1.การจัดทำคู่มือประกอบการประสานงานกับทางราชการให้แก่นักลงทุน เพื่อที่นักลงทุนจะได้ติดต่อกับทางราชการได้สะดวกรวดเร็วขึ้น 2.ลดจำนวนโต๊ะทำงานของฝ่ายราชการที่ไม่จำเป็น และ 3.การนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ในการติดต่อราชการ
นายวิษณุ รายงานผลสำรวจความยากง่ายของการทำธุรกิจในประเทศไทยเปรียบเทียบกับประเทศต่างๆ พบว่า การจดทะเบียนทำธุรกิจในประเทศไทยต้องใช้เวลา 21 วัน โดยมีกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้ดำเนินการ ในขณะที่ประเทศนิวซีแลนด์ใช้น้อยที่สุด คือ ใช้เวลาเพียงครึ่งวัน ส่วนการขออนุญาตดำเนินธุรกิจในไทยต้องใช้เวลา 113 วัน โดยสิงคโปร์ใช้เวลาน้อยที่สุด คือ 66 วัน
นอกจากนี้ การขอและติดตั้งไฟฟ้าในไทยต้องใช้เวลานานถึง 35 วัน และไทยยังมีปัญหาไฟตก เทียบกับเกาหลีที่ใช้เวลาเพียง 18 วัน และการขอชำระภาษี การขอคืนภาษี หรือขอเว้นภาษี ไทยต้องใช้เวลา 264 ชั่วโมง ซึ่งถือว่านานมาก และนายวิษณุได้ขอให้กระทรวงการคลังไปทบทวนและลดระยะเวลาให้น้อยกว่านี้
พล.ต.สรรเสริญ ระบุว่า นายวิษณุ ยังรายงาน ครม.ว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์กำลังเร่งปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองนักลงทุน ตลอดจนแก้กฎหมายเกี่ยวกับการบังคับคดี เช่น กรณีล้มละลาย ซึ่งการดำเนินการในไทยต้องใช้เวลา 440 วัน ซึ่งถือว่าล่าช้ามาก และคืนทรัพย์สินได้เพียง 42% เทียบกับญี่ปุ่นที่ใช้เวลาน้อยกว่านั้นมาก อีกทั้งยังสามารถคืนทรัพย์สินกลับมาได้สูงถึง 98% ซึ่งนายวิษณุได้ขอให้ทุกส่วนราชการลดระยะเวลาและขั้นตอนเพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุน







