
เทรนด์ยานยนต์ปี'58 พฤติกรรมคนซื้อที่เปลี่ยนไป
โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์
โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์
การแข่งขันในตลาดรถถือว่ารุนแรงขึ้นเป็น
ลำดับ โจทย์ที่จะยากยิ่งขึ้นสำหรับผู้ผลิตรถยนต์ คือ พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเป็นความต้องการเฉพาะกลุ่มมากยิ่งขึ้น หากใครสามารถประเมินความต้องการได้ตรงเป้า ก็ย่อม
หมายถึงความสำเร็จที่รออยู่ข้างหน้า ซึ่งบริษัท เดอะ
นีลเส็น คอมปะนี (ประเทศไทย) ผู้ให้บริการข้อมูลการวิจัยตลาด และผลวิเคราะห์เกี่ยวกับสินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงอุตสาหกรรมบริการต่างๆ ได้ร่วมกับ บริษัท สื่อสากล ผู้จัดงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่
31 (มอเตอร์เอ็กซ์โป) เผยแพร่ผลวิจัยเกี่ยวกับ
พฤติกรรม ทัศนคติของผู้ซื้อและผู้ขับขี่รถยนต์ และเทรนด์ผู้บริโภคในอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งเป็นเสมือนเข็มทิศในการทำตลาดในปี 2558 และปีต่อๆ ไป
จากการสำรวจปัจจัยโอกาสเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปี 2558 ที่ต้องจับตามองคือ การเปิดเสรีเขตเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่จะส่งผลให้อุตสาหกรรมยานยนต์เติบโตขึ้นอย่างฉับพลัน เป็นตลาดและฐานการผลิตในภูมิภาค ที่จะมีประชากรเพิ่มขึ้นเป็น 566 ล้านคน ซึ่งจะส่งผลให้มีอัตราผลิตภัณฑ์มวลรวม รวมทั้งภูมิภาค (จีดีพี) มูลค่า 1.17 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมทั้งการทลายกำแพงด้านภาษีและการเคลื่อนไหวด้านแรงงาน อีกทั้งการลงทุนจะเกิดขึ้นมากในภูมิภาค
สำหรับโอกาสของประเทศไทยอยู่ที่ความเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ด้านการจัดประชุมและจัดแสดงสินค้าอันดับ 1 ของอาเซียน รวมถึงฮับด้านการขนส่ง และโลจิสติกส์ ซึ่งได้เปรียบกว่าประเทศอื่นทางด้านภูมิศาสตร์ อีกทั้งความแข็งแรงด้านโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ และคุณภาพการผลิตสินค้าและบริการในประเทศไทย
ขณะที่ปัจจัยด้านผู้บริโภคกลุ่มชนชั้นกลางจะเป็นกลุ่มที่มีฐานกว้างที่สุด ซึ่งคาดการณ์ว่าในปี 2563 สัดส่วนผู้บริโภคกลุ่มชนชั้นกลางจะเพิ่มขึ้นเป็น 57% ของประชากร จากปัจจุบันอยู่ที่ 43% โดยปัจจุบันการแบ่งกลุ่มประชากรไม่ได้แบ่งจากรายได้เป็นหลัก แต่จะแบ่งจากพฤติกรรมการใช้จ่ายของคนในกลุ่มนี้ที่ผลสำรวจพบว่า สัดส่วน 81% จากกลุ่มตัวอย่างกลุ่มดังกล่าว ซึ่งเป็นผู้ที่ไม่เคยครอบครองรถยนต์มีแนวโน้มการซื้อรถยนต์ในเร็ววัน และ 85% ของผู้ที่ครอบครองรถยนต์มีแนวโน้มจะเปลี่ยนรถยนต์ในรุ่นที่สูงขึ้นในเร็ววัน
ส่วนพฤติกรรมผู้บริโภคจะมีความต้องการที่แตกต่างกันออกไปจากเดิม เช่น ผู้ที่สนใจซื้อ “รถกระบะ” จากเดิมที่จะให้ความสนใจด้านสมรรถนะเป็นหลัก เป็นการให้ความสนใจด้านดีไซน์เป็นหลักแทน ขณะที่ผู้ที่สนใจซื้อ “อีโคคาร์” จากเดิมที่จะให้ความสนใจด้านราคาถูกเป็นหลัก กลับเป็นให้ความสนใจด้านความประหยัดเป็นหลัก
ทั้งนี้ จากการสำรวจด้านรายได้ พบว่า ผู้บริโภคกลุ่มชนชั้นกลางในเขต กทม.มีรายได้อยู่ที่ 3-4.99 หมื่นบาท/เดือน และในต่างจังหวัดมีรายได้อยู่ที่ 2-3.99 หมื่นบาท/เดือน ส่วนผู้บริโภคกลุ่มบนในเขต กทม. มีรายได้อยู่ที่ 5 หมื่นบาทขึ้นไป ขณะที่ในเขตต่างจังหวัดมีรายได้อยู่ที่ 4 หมื่นบาทขึ้นไป
นอกจากนี้ ความต้องการรถยังเปลี่ยนทิศทางไปที่ “ความหรูหรา” มากกว่า “ความสปอร์ต”
สำหรับการสำรวจในด้านขนาดครอบครัวพบว่า ครอบครัวมีขนาดเล็กลงเหลืออัตราเฉลี่ย 2.82 คน/ครอบครัว และขนาดครอบครัวที่อยู่คนเดียว (โสด) มีอัตราเติบโตขึ้น 12.6% ขนาดครอบครัวที่สมรสแล้วแต่ไม่มีบุตร มีอัตราเติบโตขึ้น 15% และครอบครัวที่หย่าร้างกัน มีอัตราเติบโตขึ้น 7.6% ขณะที่ผู้หญิงจะมีบทบาทในสังคมมากขึ้น
ขณะที่ผู้บริโภคมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสู่สังคมเมืองยิ่งขึ้น ย้อนหลังไป 5 ปี จาก 30% เป็น 34% อีกทั้งประเทศไทยได้รับการประกาศจากผลสำรวจของนิตยสาร WHO? ให้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุที่ปัจจุบันมีสัดส่วนเฉลี่ยอยู่ที่ 18% ของประชากร ซึ่งอัตราการเติบโตของผู้สูงอายุย้อนหลัง 10 ปีถึงปัจจุบัน มีอัตราเติบโตขึ้นในระดับ 40% ส่วนอัตราการเกิดของประชากรมีเพียง 4% เท่านั้น
พฤติกรรมและลักษณะการใช้ชีวิตจะเป็นตัวบ่งบอกการใช้รถยนต์ ซึ่งจากปัจจัยทั้งหมดที่กล่าวมา... อาจทำให้หลังจากนี้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ต้องปรับเปลี่ยนมุมคิดในการพัฒนารถยนต์
เพราะจากนี้ไป “อุตสาหกรรม” จะไม่ได้เป็นตัวกำหนดตลาด แต่ “ผู้บริโภค” ต่างหากที่เป็นตัวกำหนดตลาดอย่างแท้จริง







