
กลยุทธ์บุกสุวรรณภูมิ
การทำธุรกิจในต่างประเทศแตกต่างจากการอยู่ในเมืองไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี ซึ่งนักลงทุนไทยต้องทำความเข้าใจเมื่อต้องการเข้าไปลงทุนในดินแดนสุวรรณภูมิ
การทำธุรกิจในต่างประเทศแตกต่างจากการอยู่ในเมืองไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี ซึ่งนักลงทุนไทยต้องทำความเข้าใจเมื่อต้องการเข้าไปลงทุนในดินแดนสุวรรณภูมิ
สุภชัย วีระภุชงค์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยนครพัฒนา ได้แบ่งปันประสบการณ์การทำธุรกิจในดินแดนสุวรรณภูมิ หรือประเทศอาเซียนที่อยู่ในแผ่นดินใหญ่ว่า ไปทำธุรกิจในประเทศเพื่อนบ้าน
มานานกว่า 20 ปี และไม่ว่าจะไปทำธุรกิจที่ไหน ก็ได้นำหลักคำสอนของครอบครัวติดตัวไปตลอด คือ การใช้หลักธรรมนำธุรกิจ ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้กับการทำธุรกิจทุกประเภทในทุกประเทศ
ขณะเดียวกัน สิ่งสำคัญที่สุดที่ผู้บริหารต้องเข้าใจ คือ การเคารพหลักธรรมาภิบาล นักลงทุนที่เข้าไปทำธุรกิจจึงต้องปรับตัวให้เข้าใจท้องถิ่น และทำธุรกิจโดยมีหลักธรรมเป็นที่ยึดมั่น หรือทำตัวเป็นชาวพุทธที่ดี
ตามหลักพุทธศาสนา สอนให้เข้าใจคน เข้าใจตลาด และเข้าใจชุมชน ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้เป็นหลักในการดำเนินธุรกิจได้ไม่ยาก โดยการเข้าใจลูกค้าในตลาดว่าลูกค้ามีความต้องการอะไร เข้าใจว่าตลาดที่จะนำสินค้าเข้าไปจำหน่ายมีลักษณะอย่างไร และเข้าใจว่าสิ่งแวดล้อมของตลาดหรือชุมชนนั้นเป็นอย่างไร คล้ายกับหลักการตลาดที่ต้องวิเคราะห์ตลาดอย่างรอบคอบ
“การเป็นผู้ให้ มีความจริงใจ ซื่อสัตย์ และมีความอดทนในการทำธุรกิจจะทำให้ธุรกิจเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน เป็นที่ไว้วางใจของลูกค้าและชุมชนนั้นๆ รวมถึงต้องประกอบธุรกิจอยู่บนพื้นฐานของสัมมาอาชีวะ”
สุภชัยมองว่า ในความเป็นจริง วิธีการทำธุรกิจในแต่ละประเทศไม่ได้แตกต่างกันมาก แต่สิ่งที่ต่างกันคือสภาพแวดล้อม เช่น ในกัมพูชา และเวียดนาม บ้านเมืองผ่านสงครามมา คนเคยได้รับความยากลำบาก จึงมักจะมองความอยู่รอดของตัวเองเป็นหลัก ซึ่งไม่ได้หมายความว่าคนคนนั้นเป็นคนไม่ดี แต่สิ่งเหล่านี้เป็นสภาพแวดล้อมที่นักธุรกิจต้องทำความเข้าใจ
“จากการทำธุรกิจในต่างประเทศมา 24 ปี ต้องอยู่ได้ในทุกประเทศ การไปลงทุนในประเทศนั้นๆ ต้องคิดว่าประเทศนั้นๆ เหมือนบ้านเกิด ซึ่งนักลงทุนต้องการเข้าไปพัฒนาประเทศนั้นให้เหมือนกับการพัฒนาบ้านตัวเอง แม้ว่าในช่วงแรกธุรกิจอาจจะไม่ใหญ่โต แต่จะเติบโตอยู่บนความมั่นคง และที่สำคัญจะได้กัลยาณมิตรที่ดีจากต่างแดนเพิ่มขึ้น”
ขณะเดียวกัน เขาคิดว่าปัจจุบันการทำธุรกิจง่ายขึ้น เพราะทุกประเทศได้ปรับตัวเข้าหาหลักสากลทางด้านธุรกิจ มีนักลงทุนจากทั่วโลกมุ่งหน้าเข้ามาลงทุนในดินแดนสุวรรณภูมิ ทั้งกัมพูชา เวียดนาม และพม่า รวมถึงนักลงทุนไทยที่ได้เริ่มออกไปมองหาตลาดใหม่ แหล่งการผลิตใหม่ๆ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการรองรับการเปิดประชาคมอาเซียนและการที่ไทยมีปัญหากับประเทศเพื่อนบ้านลดลง ทำให้นักธุรกิจมีความมั่นใจที่จะเข้าไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น
สุดท้ายนี้ เมื่อดินแดนสุวรรณภูมิรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ก็เชื่อว่านักธุรกิจที่นำพาหลักธรรมาภิบาลไปใช้ในการดำเนินธุรกิจ ย่อมสามารถทำธุรกิจในทุกๆ ที่ได้ด้วยความมั่นคงและยั่งยืน







