
จี้กรมการค้าภายในเบรกสายเดินเรือขึ้นค่าภาระหน้าท่า
สภาผู้ส่งออกทางเรือฯ เตรียมทำหนังสือถึงกรมการค้า ให้แก้ปัญหาสายเดินเรือขยับขึ้นภาระหน้าท่า ชี้้ทำต้นทุนผู้ส่งออกพุ่งเกือบหมื่นล้านบาท/ปี
สภาผู้ส่งออกทางเรือฯ เตรียมทำหนังสือถึงกรมการค้า ให้แก้ปัญหาสายเดินเรือขยับขึ้นภาระหน้าท่า ชี้้ทำต้นทุนผู้ส่งออกพุ่งเกือบหมื่นล้านบาท/ปี
นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า สรท.เตรียมทำหนังสือถึงกรมการค้าภายใน เพื่อให้จัดประชุมแก้ปัญหาการขึ้นค่าภาระหน้าท่า (THC) หลัง 6 สายเดินเรือขนาดใหญ่ประกาศจะปรับขึ้นค่าภาระหน้าท่าจาก 2,600 เป็น 4,400 บาทต่อตู้ขนาด 20 ฟุต หรือปรับขึ้นถึง 69.23% ในวันที่ 1 ม.ค.2558 ซึ่งจะทำให้ผู้ส่งออกมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นประมาณ 7,050 ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆอีก เช่น ค่าเอกสารการวางบิล (B/L) และค่ายกตู้ รวมแล้วเป็นภาระที่เพิ่มขึ้นประมาณ 9,920 ล้านบาทต่อปี ซึ่ง สรท.เห็นว่า การปรับขึ้นดังกล่าวไม่สมเหตุสมผลทั้งๆ ที่ราคาน้ำมันในขณะนี้ก็ปรับตัวลดลง ประกอบกับรายละเอียดค่าใช้จ่ายที่ปรับขึ้นส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่รวมอยู่ในค่าระวางเรือแล้ว
“ระยะเร่งด่วนนี้จะต้องให้กรมการค้าภายในเจรจากับ 6 สายเดินเรือ เพื่อเบรกไม่ให้มีการปรับขึ้นค่าภาระหน้าท่า และให้ใช้อัตราเดิม รวมทั้งเร่งจัดทำโครงสร้างต้นทุนขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศและดัชนีค่าระวางเรือที่ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อเป็นกรอบแนวทางให้ผู้ส่งออก นอกจากนี้เห็นว่าจะต้องมีการปฎิรูปพ.ร.บ.ราคาสินค้าและบริการใหม่ เพราะสรท.มองเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่มองข้ามไม่ได้ เพราะถ้าไม่มีกลไกทำอะไร ต่อไปจะทำให้ขีดสามารถแข่งขันส่งออกของไทยลดลง เป้าส่งออกปีนี้ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 2.5% ก็อาจไม่ถึง รวมทั้งนโยบายที่ดันให้ไทยเป็นเทรดดิ้ง เนชั่นนั้นเป็นไปไม่ได้”นายนพพร กล่าว
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีสายเดินเรือทั้งรายเล็กและรายใหญ่รวมทั้งหมด 40 สาย ล่าสุดมี 6 สายเดินเรือได้แก่ SITC, Hanjin, Yang Ming, OOCL, Evergreen, Chaina Shipping และ Wan Hai ที่ประกาศชัดเจนแล้วว่าจะปรับขึ้นค่าภาระหน้าท่าในอัตราใหม่วันที่ 1 ม.ค.2558 และจากการสอบถามพบว่า อีก 16 สายเดินเรือขนาดใหญ่ก็มีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นด้วย ซึ่งจะกลายเป็นภาระต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอี
นายไพบูลย์ พลสุวรรณา ที่ปรึกษาสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า สรท.ต้องการให้กระทรวงพาณิชย์ ช่วยดูแลให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ส่งออกไทยด้วย เพราะต้นทุนค่าขนส่งที่ไม่สะท้อนความเป็นจริงส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขัน และเสียเปรียบกับประเทศคู่แข่ง รวมทั้งการจะเรียกเก็บค่าภาระหน้าท่าที่กลุ่มผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางเรือครอบคลุมพื้นที่เขตเอเชีย(IADA) ขอขึ้นอีก จึงหวังว่ารัฐบาลจะใส่ใจกับเรื่องนี้ โดยจะรวบรวมข้อมูลให้กระทรวงพาณิชย์เพื่ออาศัยอำนาจพ.ร.บ.ราคาสินค้าและบริการดูแล ผ่านกรรมาธิการพาณิชย์อีกทางเพื่อไม่ให้เกิดการค้ากำไรเกินควรและการผูกขาดราคา เพราะไม่เช่นนั้นจะส่งผลให้การส่งออกไทยในตลาดอาเซียน โดยเฉพาะส่งออกไปอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ที่ขยายตัว อาจจะลดขีดความสามารถลงจากปัจจัยที่เกิดขึ้น
ด้านนายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า แน่นอนว่าหากค่าใช้จ่ายภาระหน้าท่าของผู้ส่งออกเพิ่มขึ้นย่อมมีผลต่อราคาสินค้าที่จะปรับตัวขึ้นตามไปด้วย เบื้องต้นจะมีการนำเรื่องนี้ร่วมกับคณะทำงานย่อยในคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เพื่อนำข้อสรุปเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) พิจารณาหาทางแก้ไขด้วย







