
PTGผุดปาล์มคอมเพล็กซ์
PTG จับมือ 3 พันธมิตร ตั้งบริษัทร่วมทุนทำปาล์มคอมเพล็กซ์มูลค่า 4,800 ล้านบาท เข้าถือหุ้น 35%
PTG จับมือ 3 พันธมิตร ตั้งบริษัทร่วมทุนทำปาล์มคอมเพล็กซ์มูลค่า 4,800 ล้านบาท เข้าถือหุ้น 35%
นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจีเอ็นเนอยี (PTG) เปิดเผยว่า บริษัทได้ร่วมลงนามกับพันธมิตรจำนวน 3 ราย ได้แก่ กลุ่มบริษัท ท่าฉางอุตสาหกรรม (TCG) บริษัท โอพีจีเทค และ บริษัท อาร์แอนด์ดีเกษตรพัฒนา เพื่อจัดตั้งบริษัทขึ้นมาดำเนินธุรกิจในโครงการอุตสาหกรรมปาล์มคอมเพล็กซ์ ซึ่งถือว่าเป็นธุรกิจผลิตปาล์มน้ำมันครบวงจรแห่งแรกของประเทศไทยที่ทันสมัยที่สุด
ทั้งนี้ PTG เข้าถือหุ้น 35% กลุ่มบริษัท ท่าฉางอุตสาหกรรม 45% บริษัท โอพีจีเทค 10% และบริษัท อาร์แอนด์ดีเกษตรพัฒนา 10%
สำหรับมูลค่าการลงทุนทั้งหมดในโครงการรวมทั้งหมดประมาณ 4,800 ล้านบาท บนพื้นที่ประมาณ 1,000 ไร่ อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ คาดว่า โครงการปาล์มคอมเพล็กซ์นั้นสามารถเริ่มดำเนินการได้ในปี 2558 และจะแล้วเสร็จในปี 2560
นายพิทักษ์ กล่าวว่า การตัดสินใจเข้าร่วมทุนในครั้งนี้ก็เพื่อสนับสนุนให้เกิดการเติบโตของบริษัทอย่างมั่นคง เพราะการทำโครงการนี้จะทำให้ PTG เข้าสู่การทำธุรกิจที่เริ่มตั้งแต่ต้นน้ำไปสู่ปลายน้ำคือจะทำให้บริษัทมีวัตถุดิบในการผลิตน้ำมันเอง
ทั้งนี้ เนื่องจากในอนาคตรัฐบาลมีนโยบายที่กำหนดให้มีการใช้ปาล์มผสมในน้ำมันดีเซลที่ปัจจุบันกำหนดไว้ที่ 7% และจะเพิ่มเป็น 10% ในปี 2562 บริษัทก็มีวัตถุดิบเป็นของตัวเอง รวมถึงเป้าหมายที่บริษัทมีการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ถึงตอนนี้มีสาขามากกว่า 900 สาขา จากเป้าที่จะขยายให้ได้ 1,000 สาขา ก็จะมีน้ำมันและวัตถุดิบรองรับเพียงพอ
นางศรัณยา กระแสเศียร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซจแคปปิตอล ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของ PTG กล่าวว่า สำหรับโครงการร่วมทุนปาล์มคอมเพล็กซ์ PTG จะใช้เงินลงทุนตามสัดส่วนการถือหุ้น 35% ทั้งโครงการจะใช้เงินประมาณกว่า 500 ล้านบาท โดยจะใช้กระแสเงินสดรวมถึงเงินกู้บางส่วนสำหรับการลงทุนครั้งนี้ และยืนยันว่าไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มทุน นอกจากนั้นยังประเมินว่าจะมีผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) ประมาณ 20%
นายพิทักษ์ ประเมินว่า โครงการปาล์มคอมเพล็กซ์จะสามารถสร้างรายได้ราว 7,500 ล้านบาท/ปี หลังจากก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2560
สำหรับบริษัทใหม่ที่จัดตั้งขึ้นมา คือ บริษัท พีพีพีกรีนคอมเพล็กซ์ เบื้องต้นจะมีทุนจดทะเบียน 280 ล้านบาท และจะเพิ่มทุนเป็น 812 ล้านบาท และอนาคตจะเพิ่มเป็น 1,600 ล้านบาท เนื่องจากให้เพียงพอกับการลงทุนในโครงการที่จะแบ่งการพัฒนาเป็นเฟสๆ เมื่อเสร็จสิ้นโครงการคาดว่าทุนจดทะเบียน PTG น่าจะถือหุ้นสัดส่วน 35%
“การลงทุนของ PTG ครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุนเพราะมีเงินสดเพียงพอ แต่อาจกู้บางส่วนเพื่อปรับโครงสร้างเงินลงทุน ส่วนตัวโครงการเองนั้นนอกจากส่วนทุนที่ 1,600 ล้านบาท แล้วยังกู้ได้อีก 2 เท่า ซึ่งจะได้เม็ดเงินที่พอดีกับมูลค่าโครงการ โดยอนาคตบริษัทร่วมทุนดังกล่าวเริ่มดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรมแล้ว อาจจะมีการพิจารณาเพื่อระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ต่อไป” นางศรัณยา กล่าว







