posttoday
ภาษีกับอสังหาริมทรัพย์

ภาษีกับอสังหาริมทรัพย์

09 ธันวาคม 2557

ปี 2557 กำลังจะผ่านพ้นไปแล้ว ผู้มีรายได้ทั้งหลายก็ควรจะต้องเตรียมการเสียภาษีไว้ล่วงหน้าและวางแผนการใช้จ่ายให้เกิดประโยชน์สูงสุด สำหรับมนุษย์เงินเดือนทั้งหลาย ถ้าเราทราบแผนการใช้จ่ายแน่นอนแล้ว ผมขอแนะนำให้แจ้งฝ่ายบุคคลของบริษัทให้หักภาษี ณ ที่จ่ายเดือนสุดท้ายให้พอดีกับภาษีทั้งปีที่ต้องเสีย เราจะได้ไม่ต้องเสียเวลามาทำเรื่องขอคืนภาษีภายหลัง จะได้ช่วยให้เจ้าหน้าที่รัฐไม่ต้องมาเสียเวลาในการดำเนินเรื่องทำเช็คคืนภาษีให้เราอีก

ปี 2557 กำลังจะผ่านพ้นไปแล้ว ผู้มีรายได้ทั้งหลายก็ควรจะต้องเตรียมการเสียภาษีไว้ล่วงหน้าและวางแผนการใช้จ่ายให้เกิดประโยชน์สูงสุด สำหรับมนุษย์เงินเดือนทั้งหลาย ถ้าเราทราบแผนการใช้จ่ายแน่นอนแล้ว ผมขอแนะนำให้แจ้งฝ่ายบุคคลของบริษัทให้หักภาษี ณ ที่จ่ายเดือนสุดท้ายให้พอดีกับภาษีทั้งปีที่ต้องเสีย เราจะได้ไม่ต้องเสียเวลามาทำเรื่องขอคืนภาษีภายหลัง จะได้ช่วยให้เจ้าหน้าที่รัฐไม่ต้องมาเสียเวลาในการดำเนินเรื่องทำเช็คคืนภาษีให้เราอีก

เมื่อกล่าวถึงเรื่องดีเกี่ยวกับภาษีมาบ้างแล้ว ผมขอพูดถึงเรื่องที่กำลังเป็นประเด็นที่หลายคนสนใจในขณะนี้คือ นโยบายในการจัดเก็บภาษีใหม่ ขอย้ำว่าประเด็นเหล่านี้ยังไม่ประกาศใช้นะครับ ยังอยู่ระหว่างการนำเสนอร่าง พ.ร.บ. หรือจัดทำเป็นกฎหมายเพื่อประกาศต่อไป

เริ่มจากภาษีการรับมรดกที่ผ่านร่าง พ.ร.บ. แล้ว โดยมีข้อเสนอการจัดเก็บอยู่ที่ 10% สำหรับการรับมรดก (ผู้ให้เสียชีวิต) กรณีทรัพย์สินที่มีมูลค่าเกิน 50 ล้านบาท และเสนอจัดเก็บภาษี 5% สำหรับการรับ (ผู้ให้ยังมีชีวิต) ทรัพย์สินที่มีมูลค่าเกิน 10 ล้านบาทขึ้นไป

สำหรับทรัพย์สินที่จะโดนเรียกเก็บภาษีมรดกนั้นจะประกอบด้วยอสังหาริมทรัพย์ และสังหาริมทรัพย์ ทุกประเภท  ส่งผลให้ในช่วงเดือนที่ผ่านมามีการเร่งทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์สูงขึ้นกว่าเท่าตัว แล้วก็เห็นสัญญาณที่เศรษฐีต่างๆ เริ่มมีการนำเงินออกไปลงทุนสินทรัพย์ในต่างแดนแทน

ต่อมาคือเรื่องภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่อย่างน้อยผู้ที่มีที่อยู่อาศัยไม่ว่าจะเป็น บ้าน ทาวน์เฮาส์ หรือคอนโดมิเนียม อาจจะต้องเสียภาษีในอัตราใหม่ที่ 0.1% ต่อปี ซึ่งเป็นเรื่องที่ประชาชนทั่วไปต้องมีการปรับตัวกันพอสมควร เพราะเป็นเรื่องใหม่และที่ผ่านมาก็ยังไม่เคยมีการจัดเก็บภาษีตัวนี้มาก่อน

ในต่างประเทศ สำหรับการจัดการเรื่องภาษีมรดกนั้น สิ่งที่นักกฎหมายมักแนะนำในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ก็คือ การใส่ชื่อเจ้าของเป็นชื่อร่วม เช่น ชื่อสามีกับชื่อภรรยา หรือชื่อพ่อกับชื่อลูก นั่นก็คือเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียชีวิต ในทางกฎหมายกรรมสิทธิ์ในการครอบครองอสังหาริมทรัพย์นั้นก็จะตกอยู่กับอีกฝ่ายโดยปริยาย ไม่เข้าข่ายที่ต้องเสียภาษีมรดก

สำหรับบ้านเราสิ่งที่ทำได้ก่อนภาษีมรดกบังคับใช้ก็คือ พ่อแม่อาจเลือกโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้ลูกโดยขอจดทะเบียนสิทธิเก็บกินไว้ เพื่อที่ตัวเองจะได้ยังคงอาศัยอยู่ในอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวได้ ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกนำอสังหาริมทรัพย์นั้นไปขายโดยพ่อแม่ไม่ยินยอม

สำหรับภาษีที่ดินสำหรับที่อยู่อาศัย 0.1% นั้นน่าจะเป็นตัวที่กระทบมากที่สุด เนื่องจากตอนนี้เจ้าของคอนโดมิเนียมไม่ต้องจ่ายภาษีตรงนี้ ค่าใช้จ่ายประจำปีก็จะมีแค่ค่าส่วนกลางเท่านั้น อย่างไรก็ดี ถ้ากฎหมายภาษีฉบับนี้มีการบังคับใช้ก็คงต้องดูในทางปฏิบัติว่าการจัดเก็บจะทำอย่างไร จะเข้าเป้าหรือเปล่า

ลำพังค่าส่วนกลางปัจจุบันก็มีการค้างจ่ายและสร้างภาระให้กับนิติบุคคลอยู่แล้วเป็นจำนวนมาก ถ้ามีภาษีที่ดินนี้เข้าไปอีก จำนวนหนี้จะต้องมีมากขึ้นอย่างแน่นอน

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ