
เอกชนจีน8รายลงทุนยางล้อ
คุยเอกชนจีน 8 ราย สนใจลงทุนโรงงานยางล้อในไทย เจรจาบีโอไอแล้ว 2 ราย หนุนความต้องการใช้ยางในประเทศเพิ่มปีละ 1 ล้านตัน
คุยเอกชนจีน 8 ราย สนใจลงทุนโรงงานยางล้อในไทย เจรจาบีโอไอแล้ว 2 ราย หนุนความต้องการใช้ยางในประเทศเพิ่มปีละ 1 ล้านตัน
นายอำนวย ปะติเส รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้เดินทางร่วมคณะกับ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เพื่อพบกับตัวแทนของรัฐบาลและภาคเอกชนของประเทศจีน เมื่อวันที่ 28-30 พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อหารือถึงความร่วมมือของไทยกับจีนในด้านอุตสาหกรรมยางพารา โดยในเบื้องต้นมีภาคเอกชนของจีน 8 ราย ให้ความสนใจที่จะมาเปิดโรงงานอุตสาหกรรมผลิตล้อยางและยางรถยนต์ในประเทศไทย
ขณะนี้มีเอกชนจีน 2 ราย ที่มีแผนการจัดตั้งโรงงานที่ชัดเจนแล้ว และได้เข้ามาติดต่อกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพื่อหารือเรื่องสิทธิประโยชน์จากการลงทุน
รมช.เกษตรฯ เชื่อว่าการเข้ามาลงทุนของผู้ผลิตเพื่อแปรรูปยางพาราของนักลงทุนชาวจีน จะเพิ่มความต้องการใช้ยางพาราในภาคอุตสาหกรรมให้เพิ่มขึ้นเป็นปีละ 1 ล้านตันได้ ซึ่งจะส่งผลดีต่อเกษตรกรไทย
อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ไทยกับจีนจะมีความร่วมมือกันในการพัฒนาอุตสาหกรรมยางพารา โดยเฉพาะการผลักดันให้เกิดนิคมอุตสาหกรรมยางพาราเพื่อส่งเสริมการแปรรูปน้ำยางพาราดิบให้เป็นผลิตภัณฑ์แปรรูป โดยไทยมีโครงการที่จะพัฒนานิคมฯ ยางพาราเช่นเดียวกับที่ประเทศจีนได้มีการจัดตั้งนิคมฯ ยางพารา หรือ “รับเบอร์ วัลเลย์” ขึ้นที่เมืองชิงเตา มณฑลชานตง ประเทศจีน ซึ่งจะทำให้มีภาคเอกชนที่ทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับยางพาราและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องเข้ามาตั้งโรงงานในประเทศไทยจำนวนมาก โดยหากโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจะมีนักลงทุนจากจีนเข้ามาลงทุนในประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 50 ราย
นอกจากนี้ รัฐบาลไทยได้มีการเจรจากับรัฐบาลจีนให้ผ่อนปรนเงื่อนไขการนำเข้าผลิตภัณฑ์ยางคอมปาวด์ (Rubber Compound) จากประเทศไทย ซึ่งจีนกำลังจะกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับสัดส่วนยางธรรมชาติที่ผสมในผลิตภัณฑ์ยางคอมปาวด์ใหม่ เพื่อเป็นการกีดกันการนำเข้าผลิตภัณฑ์ยางคอมปาวด์จากต่างประเทศ ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการไทยที่ส่งออกยางคอมปาวด์ไปขายยังประเทศจีนได้รับผลกระทบ โดยรัฐบาลจีนยอมที่จะใช้เงื่อนไขเดิมในการนำเข้ายางพาราจากประเทศไทย ซึ่งถือว่าเป็นผลดีต่ออุตสาหกรรมยางพาราไทยอย่างมากและเชื่อว่าจะทำให้ราคาขยับไปถึง 60 บาท/กิโลกรัม







