posttoday
โทรมือถืออนาคตดี

โทรมือถืออนาคตดี

08 ธันวาคม 2557

กลุ่มสื่อสารยังมีความหวังกับผลการดำเนินงานไตรมาส 4 ที่คาดว่าจะประกาศต้นปีหน้า ที่จะออกมาดีจากฐานที่ต่ำในช่วงเดียวกันของปีก่อน และดีกว่าไตรมาส 3 ปี 2557 ที่ผ่านมา โดยเฉพาะกลุ่มอินทัช

กลุ่มสื่อสารยังมีความหวังกับผลการดำเนินงานไตรมาส 4 ที่คาดว่าจะประกาศต้นปีหน้า ที่จะออกมาดีจากฐานที่ต่ำในช่วงเดียวกันของปีก่อน และดีกว่าไตรมาส 3 ปี 2557 ที่ผ่านมา โดยเฉพาะกลุ่มอินทัช

ทมยันตี คงพูลศิลป์ ผู้อำนวยการ สำนักการลงทุนสัมพันธ์ บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) ประเมินว่า รายได้ของบริษัทในปีนี้น่าจะเติบโตเกินเป้าที่ตั้งไว้โต 5-7% จากปีก่อนที่มีรายได้อยู่ที่ 2.45 หมื่นล้านบาท และกำไรสุทธินั้นคาดว่าจะเติบโตมากกว่าปีที่แล้ว ซึ่งมีกำไรสุทธิ 1.45 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ 9 เดือนแรกที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้ที่ 1.92 หมื่นล้านบาท เติบโตประมาณ 15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

สาเหตุที่จะทำให้รายได้และกำไรสุทธิของบริษัทในปีนี้มีการเติบโตสูง เนื่องมาจากเริ่มรับรู้รายได้จากดาวเทียมไทยคม 6 ของบริษัท ไทยคม (THCOM) และดาวเทียมไทยคม 7 ได้ส่งขึ้นไปบนวงโคจรเชิงพาณิชย์แล้ว และจะเริ่มรับรู้เป็นรายได้ตั้งแต่ไตรมาส 4 นี้เป็นต้นไป

สำหรับแนวโน้มธุรกิจในปี 2558 รายได้จะทำได้สูงกว่าปีนี้อย่างแน่นอน โดยธุรกิจของบริษัท แอดวานซ์  อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) น่าจะเติบโตในระดับใกล้เคียงกับการขยายตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งหลายฝ่ายประเมินว่าจะโต 4% ขณะที่ THCOM จะรับรู้รายได้จากดาวเทียมไทยคม 7 เต็มปี

ทั้งนี้ INTUCH ในฐานะเป็นโฮลดิ้ง ยังคงศึกษาและมองหาการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ในแต่ละปีจะจัดสรรเงินประมาณ 200 ล้านบาท เพื่อรองรับการเข้าร่วมลงทุน ซึ่งปัจจุบันได้เข้าลงทุนไปแล้ว 3 บริษัท และภายในสิ้นปีนี้น่าจะได้เห็นการเข้าร่วมลงทุนอีก 1 บริษัท

ADVANC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปีนี้ มีกำไรสุทธิ 8,955.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 8,340.98 ล้านบาท ส่งผลให้งวด 9 เดือนแรกปีนี้มีกำไรสุทธิ 26,911.28 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 27,458.18 ล้านบาท ส่วนไตรมาส 3 ถือว่าดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้เล็กน้อย โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ที่ 8,600-8,800 ล้านบาท

บริษัท ระบุว่า รอบ 9 เดือนที่ผ่านมามีรายได้จากการให้บริการเติบโต 0.5% เทียบกับปีก่อน ยังคงคาดรายได้จากการให้บริการทั้งปีจะโตขึ้น 1-2% แม้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจะช้ากว่าเป้า โดยคาดรายได้จะเติบโตในไตรมาสสุดท้าย ปกติเป็นไตรมาสที่มีการใช้งานสูงที่สุด

อัตรากำไรจากการขายมือถือยังมีแนวโน้มลดลงจากการให้โปรโมชั่นและส่วนลดแก่ลูกค้า แม้มือถือ “AIS Super Combo” ขายได้เกินเป้ามาก ทำให้คาดว่าอีบิตด้ามาร์จิ้นรวมจะโตขึ้น 1% เทียบกับปีก่อน

ชวิต แสงอุดมเลิศ หัวหน้าฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ สายงานการเงิน บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) กล่าวว่า รายได้จากการให้บริการ ไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่าย (ไอซี) ปี 2557 จะลดลงจากปีที่แล้วประมาณ 2% โดยเป็นการประเมินจากรายได้จากการให้บริการ ไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่ายในงวด 9 เดือนแรกปีนี้ที่เห็นการลดลงที่ชัดเจน จึงคาดว่าทั้งปีนี้ตัวเลขรายได้จะเป็นไปในทิศทางเดียวกับงวด 9 เดือน

ทั้งนี้ ปี 2556 บริษัทมีรายได้จากการให้บริการ ไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่าย อยู่ที่ 7 หมื่นล้านบาท และ 9 เดือนแรกปี 2557 มีรายได้จากการบริการ ไม่รวมค่าโครงข่าย อยู่ที่ 5.1 หมื่นล้านบาท

“จริงๆ ตอนต้นปีมีการประเมินไว้ที่ 5% และในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา บริษัทก็ได้ปรับลดประมาณการลงเป็นเท่ากับปีก่อน และในไตรมาส 3 ซึ่งก็มีภาพที่ชัดเจนว่ารายได้จากการบริการมีการปรับลดลงชัดเจน งวด 9 เดือนลดลง 2% เชื่อว่าทั้งปีก็น่าจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน”

สาเหตุที่รายได้จากการให้บริการ ไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่าย เป็นผลมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะผู้บริโภคด้านบริการเสียงที่ค่อนข้างทรงตัวและลดลง ส่วนบริการข้อมูลมีการขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับอีบิตด้ามาร์จิ้นทั้งปีนี้ บริษัทยังคงเป้าที่ 35-37% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่อยู่ที่ 32% สาเหตุมาจากการลดต้นทุนภายใน โดยงวด 9 เดือนแรกบริษัทมีอีบิตด้ามาร์จิ้นที่ 36.8% ซึ่งใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ ภาพรวมอุตสาหกรรมผู้ให้บริการโครงข่ายการสื่อสารในประเทศ จะเติบโตในทิศทางเดียวกับบริษัท เพราะที่ผ่านมาแข่งขันกันสูง โดยเฉพาะบริการข้อมูล ที่มีแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตไม่จำกัด ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป

แนวโน้มปี 2558 บริษัทเชื่อว่ารายได้จากการบริการ ไม่รวมโครงข่าย จะเติบโตจากปีนี้ แต่จะเติบโตเท่าใด ขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจรวมด้วย เพราะธุรกิจด้านสื่อสารจะมีการเติบโตที่สอดคล้องกับเศรษฐกิจ

DTAC แจ้งกำไรงวด 9 เดือนแรกปีนี้ เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันปีก่อน รายได้จากการให้บริการ ไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่าย ในไตรมาส 3 ลดลงเล็กน้อยเทียบกับงวดเดียวกันปีก่อน อันเป็นผลจากการเติบโตของรายได้จากการให้บริการ ขณะที่รายได้จากการบริการเสียงและบริการข้ามแดนอัตโนมัติลดลง

กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย ในงวด 9 เดือนแรกปีนี้ เท่ากับ 2.4 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันปีก่อน 9% ในขณะที่อีบิตด้ามาร์จิ้นเพิ่มขึ้นเป็น 36.8% จาก 31.6% ในปีก่อน นอกจากนี้บริษัทมีมติจ่ายเงินปันผลเฉพาะกาล 1.567 บาท/หุ้น ให้กับผู้ถือหุ้นในไตรมาส 3 ปีนี้ เทียบเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล 144%

บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) รายงานผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 3 ปี 2557 ที่เติบโตสูงเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อนหน้า จากการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของรายได้และการบริหารค่าใช้จ่ายด้านการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ โดยกลุ่มทรูพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืน หลังประสบความสำเร็จในการปรับปรุงโครงสร้างการเงินและการร่วมเป็นพันธมิตรกับไชน่า โมบายล์

ในไตรมาส 3 ปี 2557 กลุ่มทรูมีรายได้จากการให้บริการโดยรวม จำนวน 1.7 หมื่นล้านบาท และมีกำไรจากการดำเนินงาน ก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย หรืออีบิตด้า จำนวน 5,100 ล้านบาท ทั้งนี้หากไม่รวมผลประกอบการในปี 2556 ของ 8 บริษัทย่อยที่ขายไปในไตรมาส 4 ปี  2556 อีบิตด้าเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งในอัตรา 50%  เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อนหน้า จากรายได้ที่เพิ่มขึ้นและค่าใช้จ่ายด้านการขายและการตลาดที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงกำไรจากการโอนเสาโทรคมนาคมให้กับกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ทรูโกรท (TRUEGIF)

โดยกลุ่มทรูรายงานผลขาดทุนสุทธิจากการดำเนินงานปกติไม่รวมภาษีเงินได้รอตัดบัญชี จำนวน 1,100 ล้านบาท ซึ่งปรับตัวดีขึ้นสูงถึง 62% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อนหน้าจากอีบิตด้าที่เพิ่มขึ้น และดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลงซึ่งเป็นผลกระทบเชิงบวกจากการปรับปรุงโครงสร้างเงินทุน (Recapitalization) ทำให้หนี้สินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร TRUE กล่าวว่า กลุ่มทรูยังเดินหน้าสานต่อความเป็นผู้นำบริการคอนเวอร์เจนซ์ ที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างลงตัวและครบวงจร ผ่านคุณภาพโครงข่ายประสิทธิภาพสูงสุด นำหน้าด้วยเทคโนโลยี และการบริการที่ดีเยี่ยม โดยแคมเปญคอนเวอร์เจนซ์ของกลุ่มทรูได้รับผลตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้เป็นที่น่ายินดีที่ส่วนแบ่งตลาดรายได้จากการให้บริการของกล่มทรูโมบายล์เพิ่มสูงขึ้นเป็น 17.5% ในไตรมาส 3 นี้ จาก 16.3% ในไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลสำเร็จจากการจัดกิจกรรมทางการตลาดเฉพาะพื้นที่

ส่งผลให้บริษัทเชื่อมั่นว่ากลยุทธ์เหล่านี้จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการขยายฐานลูกค้า เพิ่มมูลค่าทางธุรกิจ และสร้างผลกำไรให้กับบริษัทต่อไป ทั้งนี้ ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2557 กลุ่มทรูมีฐานลูกค้าในทั้ง 3 ธุรกิจหลักเพิ่มขึ้นเป็น 27.8 ล้านราย

กลุ่มทรูโมบายล์ ยังคงมุ่งมั่นในการมอบประสบการณ์การใช้งานโมบายอินเทอร์เน็ตอย่างเต็มประสิทธิภาพ บนเครือข่ายคุณภาพความเร็วสูงที่เหนือกว่า ผ่านบริการ 4จี 3จี และไว-ไฟ ที่ครอบคลุมมากที่สุดทั่วไทย อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมในด้านสินค้าและบริการ เพื่อตอบสนองความต้องการการใช้งานดาต้าที่เพิ่มมากขึ้น โดยในไตรมาสที่ผ่านมา ทรูมูฟ เอช ได้นำเสนอแพ็กเกจค่าบริการที่คุ้มค่าร่วมกับดีไวซ์ที่รองรับเทคโนโลยี 3จี ภายใต้แบรนด์ “ทรู สมาร์ทซีรี่ส์” เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงการให้บริการเครือข่าย 3จี ที่ดีที่สุดได้เต็มประสิทธิภาพ อีกทั้งการปรับกลยุทธ์ทางการตลาดให้เข้าถึงลูกค้าในแต่ละพื้นที่ได้ดียิ่งขึ้น และแคมเปญ 4จี ของ ทรูมูฟ เอช ยังคงได้รับผลตอบรับที่ดีมากอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ฐานผู้ใช้บริการของกลุ่มทรูโมบายล์เพิ่มขึ้นเป็น 23.4 ล้านราย โดยทรูมูฟ เอช มีผู้ใช้บริการ 4จี กว่า 8 แสนรายแล้ว และคาดว่าจะมีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นเป็น 1 ล้านคน ได้ภายในสิ้นปีนี้

ทรูออนไลน์ ยังคงความเป็นผู้นำบริการบรอดแบนด์ อินเทอร์เน็ต ด้วยเครือข่ายคุณภาพสูง บริการที่ดีเยี่ยม และแพ็กเกจคอนเวอร์เจนซ์ที่เพิ่มความคุ้มค่าให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มทรูจะเดินหน้าขยายเครือข่ายด้วยไฟเบอร์ถึงบ้าน (FTTx) ให้ครอบคลุมผ่าน 4 ล้านครัวเรือนทั่วทุกพื้นที่ในกรุงเทพฯ และขยายเครือข่ายบรอดแบนด์อย่างต่อเนื่องไปต่างจังหวัดทั่วประเทศ รวม 10 ล้านครัวเรือน ในปี 2559 นอกจากนี้ทรูออนไลน์ยังเป็นผู้ให้บริการรายแรกและรายเดียวที่สร้างมาตรฐานความเร็วใหม่ในประเทศ ด้วยการปรับเพิ่มความเร็วมาตรฐานของบริการบรอดแบนด์เป็น 15 Mbps จาก 10 Mbps ในราคาเดิม ทั้งนี้ในไตรมาส 3 ทรูออนไลน์มีจำนวนผู้ใช้บริการบรอดแบนด์รายใหม่สุทธิสูงถึงมากกว่า 7 หมื่นราย ทำให้มีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นเป็น 2 ล้านราย

ทรูวิชั่นส์ มุ่งเน้นการเพิ่มประสบการณ์การรับชมให้กับลูกค้า พร้อมเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งให้กับการเป็นผู้นำตลาดเพย์ทีวี ด้วยการสรรหาคอนเทนต์คุณภาพหลากหลายทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังได้ปรับโฉมแพ็กเกจสำหรับตลาดระดับกลางและแมส เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าและตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ทรูวิชั่นส์มีแผนเพิ่มช่องรายการเอชดีจาก 50 ช่อง เป็นสูงสุดถึง 66 ช่อง ภายในสิ้นปีนี้ ทั้งนี้ ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2557 ทรูวิชั่นส์มีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นเป็น 2.4 ล้านราย

นพปฎล เดชอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มด้านการเงิน กล่าวว่า ความสำเร็จจากการระดมทุนในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ส่งผลให้กลุ่มทรูสามารถชำระคืนหนี้สินมากกว่า 5.5 หมื่นล้านบาท เหลือเพียงหนี้ไม่มีหลักประกัน โดยสิ่งเหล่านี้นอกจากจะช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับการรักษาอัตราส่วนทางการเงินตามสัญญาเงินกู้แล้ว ยังช่วยลดภาระดอกเบี้ย เพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน และส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในอนาคตลดลง จากอันดับเครดิตองค์กรของทรูที่ปรับดีขึ้นมาก

ทั้งนี้ อัตราส่วนหนี้สินต่ออีบิตด้าสุทธิ ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2557 ลดลงมาเหลือเพียง 1.3 เท่า โดย บริษัทเชื่อมั่นว่าการเติบโตอย่างต่อเนื่องของรายได้ การมุ่งเน้นควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ และความร่วมมือทางธุรกิจกับไชน่า โมบายล์ จะทำให้กลุ่มทรูสามารถรักษาอัตราส่วนหนี้สินต่ออีบิตด้า สุทธิให้ต่ำกว่า 2 เท่า ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น (SAMART) กล่าวว่า บริษัทจะมุ่งขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงาน ธุรกิจสาธารณูปโภค และการเดินทาง ซึ่งจะใช้เงินลงทุนจำนวนมากในปี 2558 เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ว่า ภายใน 3 ปี บริษัทจะมีรายได้ประจำที่มีลักษณะสัญญาระยะยาวมากกว่า 50% จากปัจจุบันที่มีประมาณ 30% ของรายได้รวม เพื่อสร้างความสมดุลของรายได้

รายได้ประจำที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งจะมาจากการลงทุนพลังงาน ทั้งโรงไฟฟ้า พลังงานทดแทน และพลังงานถ่านหินในประเทศและต่างประเทศในกลุ่มอาเซียน ซึ่งธุรกิจมีโอกาสเติบโตได้ตามภาวะเศรษฐกิจ ปัจจุบันกำลังเจรจาหลายโครงการ โดยน่าจะเริ่มทยอยสรุปในปลายปีนี้ และสรุปทั้งหมดในเดือน ม.ค.ปีหน้า

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ